น้ำมันตับปลา อาหารเสริมมีวิตามินที่ดีต่อร่างกาย

ปกน้ำมันตับปลา

เมื่อพูดถึงอาหารเสริมที่นิยมทานกันมากและเป็นอาหารเสริมชนิดแรกๆที่นิยมทานกัน นั่นก็คือ น้ำมันตับปลา น้ำมันตับปลานำมาสกัดเป็นอาหารเสริมได้ทั้งแบบน้ำ แคปซูล และแบบซอฟท์เจล โดยมีส่วนประกอบที่สำคัญคือ วิตามินเอ และวิตามินดี น้ำมันตับปลาจึงดีต่อผู้ที่ขาดวิตามินวิตามินเอ และวิตามินดี

- พื้นที่โฆษณา -

น้ำมันตับปลา (Cod Liver Oil) คือ น้ำมันที่ทำการสกัดจากตับของปลาทะเล เช่น ปลาค็อด ปลาเฮอร์ริ่ง ปลาแฮลิบัท ซึ่งปลาทะเลน้ำลึก เพราะว่าตับของปลาทะเลน้ำลึกจะสะอาดไม่มีการปนเปื้อนของสารเคมี ไม่มีโลหะหนักตกค้างอยู่ในตับของปลา ซึ่งทำให้สารสกัดที่ได้จากตับปลาทะเลน้ำลึกมีความบริสุทธิ์สูงเหมาะแก่การนำมาบริโภค น้ำมันตับปลาสารอาหารที่สำคัญ คือ วิตามินเอ วิตามินดี นอกจากนั้นยังมีกรดไขมันชนิดไม่อิ่มตัว และกรดไขมันโอเมก้า3 อีกด้วย จึงนิยมนำน้ำมันตับปลามาบริโภคเป็นอาหารเสริมเพื่อสุขภาพหรืออาหารเสริมวิตามินเอและวิตามินดี สำหรับผู้ที่ขาดวิตามินทั้งสอง

น้ำมันตับปลา กับ น้ำมันปลา(Fish oil)  แตกต่างกัน น้ำมันตับปลาจะได้จากการสกัดจากตับของปลาทะเลน้ำลึก แต่น้ำมันปลาจะสกัดจากหัว หนัง เนื้อ และหางของปลาทะเล และยังมีความแตกต่างในเรื่องของคุณค่าทางอาหารอีกด้วย โดยน้ำมันตับปลาจะอุดมไปด้วยวิตามินเอและวิตามิดี ส่วนน้ำมันปลานั้นจะอุดมไปด้วยโอเมก้า3 และโอเมก้า6 น้ำมันตับปลาและน้ำมันปลาเป็นคนชนิดกันและมีประโยชน์แตกต่างกันอีกด้วย


ประโยชน์ของน้ำมันตับปลา

  1. เสริมสร้างกระดูกและฟัน น้ำมันตับปลาจะอุดมไปด้วยวิตามินดี วิตามินดีจะเข้าไปควบคุมการหลั่งของฮอร์โมนพาราไทรอยด์ ที่ทำหน้าที่ในการควบคุมความเข้มข้นของแคลเซียมและฟอสฟอรัสในร่างกาย ช่วยเร่งอัตราการดูดซึมแคลเซียมจากอาหารเข้าสู่ร่างกาย ช่วยให้การทำงานของฮอร์โมนพาราไทรอยด์ให้ทำงานได้อย่างปกติ ทำให้มีการดูดซึมแคลเซียมเข้าสู่ร่างกายอย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยให้กระดูกและฟันแข็งแรง ไม่เป็นโรคกระดูกพรุน
  2. ชะลอการเกิดริ้วรอย น้ำมันตับปลาจะช่วยกระตุ้นการแบ่งเซลล์ ส่งผลให้เซลล์ผิวมีการเสื่อมช้าลง และช่วยกระตุ้นการสารคอลลาเจนใต้ผิวหนังทำให้ผิวหนังเปล่งปลั่งมีน้ำมีนวล เป็นการช่วยชะลอวัยการเกิดริ้วรอยก่อนวัย และยังช่วยทำให้แผลหายเร็วอีกด้วยน้ำมันตับปลา
  3. เพิ่มภูมิต้านทานให้กับร่างกาย น้ำมันตับปลาจะเข้าไปกระตุ้นการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย ทำให้เซลล์เม็ดเลือดขาวมีความแข็งแรงมากขึ้น ส่งผลให้ภูมิต้านทานของร่างกายทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ร่างกายจึงสามารถขจัดสิ่งสิ่งแปลกปลอมหรือเชื้อโรคที่เข้าสู่ร่างกาย เช่น เชื้อไวรัส เชื้อแบคทีเรีย อย่างได้ผล
  4. ป้องกันโรคเกี่ยวกับดวงตา วิตามินเอที่อยู่ในน้ำมันตับปลาจะเข้าไปกระตุ้นการสร้างเซลล์ที่เกี่ยวข้องกับระบบประสาทตาและเซลล์รับแสงที่จอประสาทตา ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดจอประสาทตาเสื่อม ทำให้ตาสามารถปรับสภาพได้ดีแม้อยู่ในที่แสงสว่างน้อย ป้องกันโรคตาบอดตอนกลางคืน โรคจอประสาทตาเสื่อม ตาฟาง
  5. บรรเทาอาการปวดข้อ น้ำมันตับปลามีองค์ประกอบที่เป็นน้ำมันจะเข้าไปเพิ่มความชุ่มชื่นด้วยน้ำมันตามข้อต่อภายในร่างกาย เพื่อลดแรงกระทบกันระหว่างกระดูกและลดการอักเสบที่เกิดขึ้นตามข้อต่อ
  6. ป้องกันมะเร็ง น้ำมันตับปลามีองค์ประกอบของกรดไขมันที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ เช่น สควาลีน วิตามินเอ วิตามินดี วิตามินอี ช่วยป้องกันการเกิดเซลล์มะเร็ง ลดความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งโดยเฉพาะมะเร็งที่ผิวหนังและโรคมะเร็งที่เกี่ยวข้องกับระบบประสาทตา
  7. บำรุงสมอง น้ำมันตับปลามีกรดโอเมก้า3 ช่วยบำรุงระบบประสามและสมอง โดยเฉพาะในเด็กทารกหรือทารกที่อยู่ในครรภ์ ทำให้เด็กมีพัฒนาการที่ดี และในผู้สูงอายุจะช่วยป้องกันการเสื่อมของเซลล์สมอง ลดความเสี่ยงในการเป็นโรคอัลไซเมอร์หรือโรคสมองเสื่อม
  8. ช่วยขับสารพิษออกจากร่างกาย นิยมรับประทานเพื่อการดีท๊อกซ์พิษในร่างกาย โดยหากรับประทานอาหารจำพวกผักผลไม้ ควบคู่กับการรับทานน้ำมันตับปลาจะทำให้ขับถ่ายได้ดี

โทษของน้ำมันตับปลา

  • การทานน้ำมันตับปลาในปริมาณที่มากเกินไป จะทำให้ร่างกายได้รับวิตามินเอมากเกินไป ส่งผลให้มีอาการปวดศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียน มีผลต่อระบบประสาท ทำให้ตับถูกทำลาย หิวน้ำ ปัสสาวะบ่อย และอาจทำให้ผมร่วง ผิวแห้งได้อีกด้วย
  • การที่ร่างกายได้รับวิตามินดีในปริมาณที่มากเกินไป อาจจะมีผลเสียต่อระบบเลือดได้เช่นกัน อาจทำให้ไตวายจนถึงขั้นเสียชีวิตได้

แบ่งปัน

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here