ผักโขม ผักใบเขียวมีประโยชน์บำรุงร่างกาย

ผักโขม ไม่ได้มีรสชาติขมอย่างที่ใครเข้าใจกันนะคะ ผักโขมจะมีรสชาติหวานนิดๆทานง่ายแถมมีประโยชน์อีกด้วย เป็นผักที่ขึ้นอยู่ตามริมทาง ตามสวนผัก มีโปรตีนสูง กรดอะมิโน วิตามิน และแร่ธาตุต่าง ๆ เช่น วิตามินเอ วิตามินบี 2 วิตามินบี 6 วิตามินบี 9 วิตามินเค วิตามินซี แคลเซียม เหล็ก แมกนีเซียม โพแทสเซียม ทองแดง แมงกานีส สังกะสี กรดออกซาเลต เบต้าแคโรทีน เป็นต้น ผักโขมนิยมนำมาประกอบอาหารได้หลายอย่าง เช่น แกงจืดผักโขม ผักโขมอบชีส หรือลวกจิ้มน้ำพริกก็ได้

- พื้นที่โฆษณา -

ประโยชน์ของผักโขม

  1. ลดคอเลสเตอรอล เนื่องจากในผักโขมมีสารที่ช่วยให้การลดระดับคอเลสเอรอลได้ ส่งผลให้ระดับคอเลสเตอรอลโดยรวมและคอเลสเตอรอลชนิดไม่ดีให้ลดลง จะเพิ่มไขมันชนิดดี นอกจากนี้ยังช่วยลดระดับไตรกลีเซอร์ไรด์ให้ลดลงด้วย
  2. ป้องกันโรคเบาหวาน ผักโขมมีคุณสมบัติช่วยเพิ่มสารต้านอนุมูลอิสระในผู้หญิงวัยทอง และช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดได้ จึงสามารถช่วยบรรเทาอากาเบาหวานได้
  3. ช่วยลดความดันโลหิต ช่วยควบคุมระดับความดันโลหิตให้อยู่ในระดับปกติ ป้องกันความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจให้ลดน้อยลง
  4. รักษาภาวะโลหิตจาง ผักโขมมีสารอาหารมากมาย เช่น สารต้านอนุมูลอิสระ โปรตีน แคลเซียม กรดโฟลิก วิตามินเอ วิตามินอี วิตามินซี รวมถึงธาตุเหล็ก ซึ่งคุณสมบัติในการบำรุงเลือดและรักษาภาวะโลหิตจางได้
  5. ต้านมะเร็ง ด้วยสารต้านอนุมูลอิสระซึ่งมีอยู่สูงในผักโขมและเชื่อว่าสารนี้สามารถยับยั้งการเกิดเซลล์มะเร็ง ช่วยยับยั้งการเติบโตของเซลล์มะเร็ง โดยเฉพาะมะเร็งตับ มะเร็งเต้านม และมะเร็งสำไส้ใหญ่
  6. รักษาสิว ในเมล็ดผักโขมและในผักโขมนั้น มีสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิวหนัง ช่วยลดการเกิดสิว

นอกจากนี้ผักโขมยังมีประโยชน์ด้านอื่นๆอีก ได้แก่ผักโขม

  • ผักโขมมีสรรพคุณช่วยบำรุงสายตา
  • ผักโขมมีไฟเบอร์ ช่วยกระตุ้นการขับถ่าย
  • ประโยชน์ผักโขมช่วยขับสารพิษในร่างกาย
  • ผักโขมช่วยให้ร่างกายผลิตคอลลาเจนได้มากขึ้น
  • ผักโขมช่วยให้เจริญอาหาร และช่วยรักษาแผลในกระเพาะอาหาร
  • ผักโขมให้โปรตีนสูงพอๆ กับเนื้อสัตว์
  • ผักโขมเป็นผักบำรุงครรภ์ และช่วยบำรุงน้ำนม
  • ผักโขมช่วยแก้ปวดท้อง แก้อาการแน่นท้อง และช่วยแก้ปวดท้องประจำเดือน

ข้อควรระวังในการทานผักโขม

ไม่ควรรับประทานผักโขมแบบดิบ เนื่องจากผักโขมมีสารออกเซลิค แอซิดสูง ผู้ที่เป็นโรคนิ่ว โรคเกาต์ ข้ออักเสบรูมาตอยด์ หรือผู้ที่ต้องการสะสมปริมาณของแคลเซียมควรหลีกเลี่ยงการรับประทานผักชนิดนี้ในปริมาณมากๆ ควรทำให้สุกก่อนรับประทาน แนะนำให้เป็นการ ทอดและผัด จะทำให้ช่วยลดปริมาณสารออกซาเลตได้มากกว่าการ ต้มหรือนึ่ง

แบ่งปัน

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here