ลิ้นจี่ ประโยชน์ในการป้องกันโรคของลิ้นจี่

ปกลิ้นจี่

ลิ้นจี่ เป็นผลไม้ประจำฤดูกาล มีรสชาติอร่อย หวานอมเปรี้ยว ฉ่ำน้ำ ช่วยแก้กระหาย เหมาะในช่วงที่อากาศร้อนมาก เป็นผลไม้ที่นิยมทานกันมาก สามารถนำมาแปรรูปเป็นผลไม้กระป๋อง และยังส่งออกต่างประเทศอีกด้วย นอกจากความอร่อยแล้ว ลิ้นจี่ยังมีสารอาหารที่ประกอบไปด้วย วิตามินบี 1 วิตามินบี 2 วิตามินซี แคลเซียม โพแทสเซียม ฟอสฟอรัส ไนอะซีน กรดปาล์มิติก กรดลิโนเลอิก กรดโอเลอิก น้ำตาลกลูโคส ฟรักโทส และซูโครส ซึ่งสารอาหารเหล่านี้เป็นสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ช่วยในการป้องกันโรคได้มากมาย

- พื้นที่โฆษณา -

ประโยชน์ของลิ้นจี่

  1. ต้านมะเร็ง ในเปลือกลิ้นจี่มีสารฟลาโวนอยด์ที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ มีความสามารถต้านการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะเซลล์มะเร็งเต้านม
  2. บำรุงตับ ช่วยปกป้องตับจากสารพิษได้ สารสกัดจากเปลือก เนื้อใน และเมล็ดของลิ้นจี่มีฤทธิ์ในการช่วยดูแลตับและป้องกันการเกิดโรคตับ
  3. ป้องกันเหน็บชา ลิ้นจี่อุดมด้วยวิตามินบี 1 จึงมีสรรพคุณในการป้องกันโรคเหน็บชาได้
  4. แก้หวัด ลิ้นจี่มีสรรพคุณทางยาในการแก้โรคหวัดได้สูง และบรรเทาอาการคัดจมูก และยังมีสรรพคุณช่วยต่อต้านไวรัสไข้หวัดใหญ่ได้ด้วย
  5. บำรุงผิว ลิ้นจี่ช่วยปกป้องผิวพรรณจากรังสียูวีและแสงแดด ทำให้ผิวดูสุขภาพดี ไม่เสื่อมก่อนวัย
  6. บรรเทาอาการไอ ช่วยลดอาการไอเรื้อรัง บรรเทาอาการเจ็บคอ และแก้อาการติดเชื้อในลำคอ
  7. ทานแล้วไม่อ้วน ลิ้นจี่มีพลังงานต่ำ เส้นใยอาหารสูง แถมไขมันน้อย แต่ก็มีน้ำตาลค่อนข้างสูงจึงไม่ควรทานในปริมาณที่มากเกินไป
  8. ดับกระหาย สรรพคุณของลิ้นจี่ช่วยดับกระหาย เพิ่มความสดชื่นให้แก่ร่างกาย ลดอาการอ่อนล้า อ่อนเพลีย จึงนิยมนำลิ้นจี่มาทำน้ำผลไม้
  9. ลดไขมันในเส้นเลือด สรรพคุณดีของลิ้นจี่สามารถช่วยสลายไขมันที่สะสมอยู่ในเส้นเลือด ป้องกันการเกิดเส้นเลือดในสมองแตก และลดความเสี่ยงจะเกิดโรคหัวใจได้
  10. ช่วยบำรุงระบบประสาท ลิ้นจี่มีสรรพคุณในการทำให้ระบบประสาทในร่างกายมีการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ เพราะลิ้นจี่อุดมไปด้วยวิตามินบีและยังมีคุณสมบัติลดไขมันและช่วยผลิตเม็ดเลือดแดง
  11. เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ลิ้นจี่มีประโยชน์เป็นยาบำรุงอวัยวะต่างๆ ภายในร่างกาย เสริมสร้างให้ระบบภูมิคุ้มกันแข็งแรงยิ่งขึ้น
  12. รักษาอาการท้องเสีย ลิ้นจี่มีสรรพคุณช่วยรักษาอาการท้องเสียแบบไม่รุนแรง รักษาอาการท้องเดิน โดยการนำเปลือกลิ้นจี่มาสกัดเป็นชาแล้วใช้ชงดื่ม
  13. ลดกรดในกระเพาะอาหาร ลิ้นจี่สามารถช่วยย่อยอาหาร ลดกรดในกระเพาะอาหาร ช่วยให้ระบบการย่อยอาหารทำงานได้ดี ช่วยให้ระบบทางเดินอาหารทำงานได้อย่างเป็นปกติ
  14. บรรเทาอาการปวด ลิ้นจี่มีสรรพคุณช่วยลดอาการปวด เช่น ปวดท้อง ปวดไส้เลื่อน ปวดบวมอัณฑะ เป็นต้น

ข้อควรระวังในการทานลิ้นจี่

  • ผู้ที่เป็นโรคเบาหวาน โรคไต และผู้ที่เกิดร้อนในง่าย เนื่องจากในลิ้นจี่ มี น้ำตาล และแร่ธาตุโพแทสเซียมอยู่มาก ไม่ควรรับประทานในปริมาณมาก
  • สำหรับผู้ที่ยีนบกพร่อง คือ มีอาการ เวียนหัว ตาลาย มีเสียงในหู ปวดเมื่อยเอว ร้อนอุ้งเท้า ปากคอแห้ง ลิ้นแดง มีฝ้าน้อย ไม่ควรควรหลีกเลี่ยงการทานลิ้นจี่ ถ้าหากทานลิ้นจี่มากไปจะทำให้มีอาการหัวใจเต้นเร็ว แขนขาไม่มีแรง มึนหัว หน้ามืดตาลาย เป็นต้น ถ้ามีอาการดังกล่าว ให้เอาเปลือกลิ้นจี่ ต้มกิน อาการก็จะหายไป

 

แบ่งปัน

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here