การเตรียมตัวก่อนและหลังบริจาคโลหิตที่ถูกต้อง

เตรียมตัวบริจาคโลหิต

การบริจาคโลหิตเป็นการทำบุญอีกอย่างหนึ่ง เลือดที่เราให้จะนำไปให้ผู้ป่วยที่กำลังต้องการเลือด สามารถช่วยชีวิตคนอื่นได้ ให้ผู้อื่นได้มีชีวิตต่อไป เลือดที่เราบริจาค 1 ถุงนั้นสามารถแยกได้เป็นเม็ดเลือดแดง เกล็ดเลือด พลาสมา หรือ น้ำเหลือง เพื่อนำไปใช้กับผู้ป่วยที่มีความต้องการที่แตกต่างกัน ซึ่งส่วนใหญ่จะใช้เพื่อทดแทนเลือดที่เสียไปใน เช่น การผ่าตัด อุบัติเหตุ หรือคลอดลูก การบริจาคโลหิตนอกจากจะช่วยผู้อื่นแล้วยังทำให้ร่างกายของเราสร้างเม็ดเลือดใหม่ กระตุ้นให้ไขกระดูกทำงานได้ดีขึ้น ทำให้ระบบไหลเวียนโลหิตทำงานได้ดีขึ้นอีกด้วย

เวย์โปรตีนลดราคา

ผู้ที่สามารถบริจาคโลหิตได้

  • มีสุขภาพแข็งแรง ไม่มีโรคประจำตัว
  • อายุ 18 – 60 ปี
  • น้ำหนักตั้งแต่ 45 กิโลกรัมขึ้นไป
  • ไม่อยู่ในระหว่างรับประทานยาปฏิชีวนะ ยาป้องกันเลือดแข็งตัว หรือฮอร์โมนเพศ
  • ไม่มีประวัติเป็นโรคมาลาเรียในระยะเวลา 3 ปี
  • ไม่มีพฤติกรรมเสี่ยงทางเพศ หรือติดยาเสพติด
  • ไม่ได้มีการถอนฟันหรือขูดหินปูน ภายใน 72 ชั่วโมงก่อนบริจาคเลือด
  • ไม่มีบาดแผลสดหรือแผลติดเชื้อใด ๆ ตามร่างกาย
  • ผู้หญิงที่ไม่อยู่ในระยะตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร

การเตรียมตัวก่อนบริจาคโลหิต

  • นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ ในคืนก่อนวันที่จะมาบริจาคโลหิตเตรียมตัวบริจาคโลหิต
  • สุขภาพแข็งแรง ไม่เป็นไข้หวัด หรืออยู่ระหว่างรับประทานยาปฏิชีวนะใดๆ
  • งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ก่อนมาบริจาคโลหิตอย่างน้อย 24 ชั่วโมง
  • ควรหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารประเภทที่มีไขมันสูง ภายใน 6 ชั่วโมง ก่อนมาบริจาคโลหิต เช่น ข้าวมันไก่ ข้าวขาหมู   เพราะจะทำให้พลาสมาหรือน้ำเหลือง มีสีขาวขุ่น  ไม่สามารถนำไปใช้รักษาผู้ป่วยได้
  • การดื่มน้ำก่อนบริจาคโลหิต 30 นาที ประมาณ 3-4 แก้ว จะทำให้โลหิตไหลเวียนดีขึ้น และช่วยลดภาวะการเป็นลมจากการบริจาคโลหิตได้
  • งดสูบบุหรี่ก่อนและหลังบริจาคโลหิต 1 ชั่วโมง เพื่อให้ปอดฟอกโลหิตได้ดี
  • ไม่ควรเล่นกีฬาหรือออกกำลังกายที่ต้องเสียเหงื่อมากก่อนบริจาคโลหิต 1 วัน

สิ่งที่ควรรู้ในขณะบริจาคโลหิต

  • สวมใส่เสื้อผ้าที่แขนเสื้อสามารถดึงขึ้นมาเหนือข้อศอกได้ หรือควรใส่เสื้อแขนสั้น
  • เลือกแขนข้างที่มีเส้นโลหิตดำใหญ่ชัดเจน
  • ผิวหนังบริเวณที่จะให้เจาะ ต้องไม่มีผื่นคัน หรือรอยเขียวช้ำ
  • ถ้าแพ้ยาทาฆ่าเชื้อ เช่น แอลกอฮอล์ ให้แจ้งเจ้าหน้าที่ทราบล่วงหน้า
  • ไม่ควรเคี้ยวหมากฝรั่ง หรืออมลูกอมขณะบริจาคโลหิต
  • ขณะบริจาคควรบีบลูกยางอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้โลหิตไหลได้สะดวก
  • หากมีอาการ ผิดปกติ เช่น ใจสั่น วิงเวียน มีอาการคล้ายจะเป็นลม อาการชา อาการเจ็บที่ผิดปกติ ต้องรีบแจ้งให้เจ้าหน้าที่ทราบทันที
  • หลังบริจาคโลหิตเสร็จเรียบร้อยนอนพักบนเตียง 5-10 นาที ก่อนลุกจากเตียง

หลังจากบริจาคโลหิต

  • นั่งพักอย่างน้อย 15 นาที รับประทานอาหารว่างและเครื่องดื่มที่เจ้าหน้าที่จัดไว้บริการเตรียมตัวบริจาคโลหิต
  • ควรนั่งพักจนแน่ใจว่าเป็นปกติ หากมีอาการเวียนศีรษะคล้ายจะเป็นลม หรือรู้สึกผิดปกติ ให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ทราบทันที
  • ดื่มน้ำมากกว่าปกติ เป็นเวลา 1 วัน
  • หลีกเลี่ยงการขึ้นลงลิฟต์ และบันไดเลื่อน อาจทำให้รู้สึกวิงเวียนและเป็นลมได้
  • ถ้ามีเลือดซึมออกมาจากรอยผ้าปิดแผล ให้ใช้นิ้วมืออีกด้านหนึ่งกดลงบนผ้าปิดแผลให้แน่นและยกแขนสูง
  • หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายที่ต้องเสียเหงื่อมากๆ เป็นเวลา 24 ชั่วโมง หลังการบริจาคโลหิต
  • ผักผ่อนให้มากๆ
  • หลีกเลี่ยงสถานที่แออัด หรือที่มีคนเยอะๆ
  • รับประทานอาหารตามปกติ ไม่จำเป็นต้องรับประทานอาหารเพิ่มขึ้นเพื่อชดเชยโลหิตที่บริจาค
  • รับประทานธาตุเหล็กวันละ 1 เม็ด จนหมด ชดเชยเหล็กที่เสียไปจากการบริจาคโลหิต และป้องกันการขาดธาตุเหล็ก

ผู้ที่ไม่สามารถบริจาคโลหิตได้

  • ผู้ที่เป็นโรคหัวใจ โรคปอด มะเร็ง ลมชัก โรคเลือดออกง่ายแต่หยุดยาก
  • ผู้ที่เป็นหรือเคยเป็นไวรัสตับอักเสบบี มีสามีหรือภรรยาเป็นไวรัสตับอักเสบบี ไวรัสตับอักเสบซี
  • ผู้ติดเชื้อเอสไอวี หรือซิฟิลิส
  • ผู้เสพยาเสพติดชนิดใช้เข็มฉีดยา
  • ผู้ที่มีพฤติกรรมเสี่ยงทางเพศ มีคู่นอนหลายคนหรือเปลี่ยนคู่นอนบ่อย ๆ ผู้ชายมีเพศสัมพันธ์กับชาย
  • น้ำหนักตัวลดลงโดยไม่ทราบสาเหตุ มีต่อมน้ำเหลืองตามร่างกายโต หรือมีไข้โดยไม่ทราบสาเหตุ

สถานที่บริจาคโลหิต

  • ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ ถนนอังรีดูนังต์ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ฝ่ายประชาสัมพันธ์และจัดหาผู้บริจาคโลหิต โทร. 0-2256-4300, 0-2263-9600-99 ต่อ 1101 หรือเว็บไซต์ สภากาชาดไทย
  • หน่วยเคลื่อนที่รับบริจาคโลหิตตามพื้นที่ต่าง ๆ ตรวจสอบได้ที่ปฏิทินเวลารับบริจาคโลหิต สภากาชาดไทย
  • สาขาบริการโลหิต โรงพยาบาลประจำจังหวัดทั่วประเทศ

แบ่งปัน

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here