ล้างผักอย่างไรให้สะอาด

ล้างผักสำคัญอย่างไร

ตลาดที่มีการค้าขายพืชผักส่วนใหญ่นั้น เป็นการรับมาจากพ่อค้าแม่ค้าคนกลางหรือปลูกเองก็มี แต่ก็ไม่รู้ว่าวิธีการปลูกผักนั้นมีการใช้สารพิษ สารกำจัดแมลง รวมไปถึงสารเร่งให้โตไว หรือเปล่าก็ไม่รู้  ซึ่งหากสารเหล่านี้อาจจะตกค้างเกาะอยู่ตามกิ่ง ก้านใบ ของผักและในที่สุดสารพิษเหล่านั้นได้เข้าไปสะสมในร่างกายเรื่อย อาจจะทำให้เป็นภัยร้ายต่อสุขภาพของผู้บริโภคอย่างเราโดยไม่ทันตั้งตัว ฉะนั้นวันนี้จะมานำเสนอวิธีการล้างผักที่ดีมีคุณภาพ และใคร ก็สามารถทำได้

วิธีการล้างผักที่ดีต่อสุขภาพ

  1. นำผักไปแช่ในน้ำ วิธีนี้เป็นวิธีทั่วไปที่ใคร ก็นำไปใช้กัน ซึ่งควรแช่ผักทิ้งไว้ในน้ำที่สะอาดอุณหภูมิปกติ โดยใช้เวลาทั้งหมด 10 – 15 นาที เป็นต้นไป จากนั้นนำผักมาสะเด็ดน้ำออก เพียงเท่านี้คุณก็จะสามารถชะล้างสารพิษได้ค่อนข้างดี

    การแช่ผัก
    การแช่ผักในน้ำสะอาดนั้น เป็นวิธีที่ง่ายต่อใครๆ หลายคน
  2. ให้น้ำไหลผ่าน เป็นอีกวิธีหนึ่งที่นิยมใช้ล้างผักกันอย่างมาก อันดับแรกเปิดน้ำในระดับที่ค่อนข้างแรง จากนั้นนำกะละมัง ตะแกรง หรือตะกร้า มาวางไว้แล้วนำผักที่ได้มาล้างน้ำ โดยการใช้มือถูไปถูมาประมาณ 2 นาที โดยวิธีนี้สามารถชะล้างสารพิษ หรือสารตกค้างต่างๆ ได้อย่างดีเลยทีเดียว แต่ทะว่าข้อเสียคือค่อนข้างที่จะเปลืองน้ำไปหน่อย

    ให้น้ำไหลผ่าน
    วิธีให้น้ำไหลผ่าน เป็นวิธีที่สะดวก สบายไม่ต้องใช้เวลานาน เพราะว่า แค่เปิดก๊อกน้ำ แล้วน้ำผักมาล้าง ก็เป็นอันเสร็จ
  3. ลวก หรือต้มผัก การที่จะนำผักมาทำแบบนี้ได้นั้นต้องผ่านการล้างจากข้อที่ 1 หรือ 2 ก่อนถึงจะสามารถนำมาต้มหรือลวกได้ ซึ่งสามารถลดสารตกค้างได้เป็นอย่างดี แต่ข้อเสียคือ คุณประโยชน์ของผักเองก็จะหายไปเช่น วิตามินบี วิตามินซี เป็นที่รู้กันดีว่าวิตามินเหล่านี้สามารถละลายไปกับน้ำได้

    ลวก หรือต้มผัก
    วิธีนี้อาจจะยุ่งยากไปหน่อย แต่ถ้าต้องการความสะอาดก็แนะนำวิธีนี้นะ อย่าลืมนำน้ำหลังการลวก หรือต้มผักไปทิ้งก่อนปรุงอาหารล่ะ เพื่อจะได้ไม่มีสารพิษ หรือสารต่างตกค้างในผัก
  4. ล้างผักโดยแช่น้ำเกลือ วิธีนี้นำเกลือที่ใช้ปรุงอาหารโดยใช้ปริมาตร 1 ช้อนโต๊ะ แนะนำให้ใช้เกลือป่นจะดีกว่าเหลือเม็ด เพราะว่าเกลือป่นสามารถละลายน้ำได้ไวกว่าเกลือเม็ด จากนั้นผสมกับน้ำสะอาดปริมาตร 5 ลิตร หรือมากกว่านั้นก็ได้ตามปริมาณที่ต้องการ สุดท้ายนำผักลงไปแช่ในน้ำเกลือประมาณ 10 นาทีเป็นอย่างต่ำ เกลือจะช่วยดึงสารพิษ หรือสารตกค้างออกจากผักได้ หลังจากแช่น้ำเกลือเสร็จแล้วให้นำผักไปล้างกับน้ำสะอาดอีกครั้งเพื่อลดประมาณความเค็มของเกลือ ซึ่งวิธีนี้ยังไม่ค่อยเป็นที่นิยม เนื่องจากอาจจะทำให้ผักนั้นเสียรสชาติค่อนข้างเยอะ

    ใช้เกลือละลายน้ำ
    เป็นวิธีที่ค่อนข้างดี แต่อย่าใช้เกลือมากเกินไปล่ะ เพราะอาจจะทำให้ผักนั้นมีรสชาติที่เปลี่ยนแปลงไป
  5. ใช้ผงฟู(Backing Powder) หลายคนอาจจะเข้าใจผิดว่าผงฟูคือ เบกกิ้งโซดา นั่นเป็นความคิดที่ผิด เพราะผงฟูนั้นทำมาจากส่วนผสม 2 อย่างคือ เบกกิ้งโซดากับแป้ง หวังว่าทุกคนคงเข้าใจกันกระจ่างมากขึ้นนะ ซึ่งผงฟูนั้นสามารถล้างผักได้โดยการใช้ปริมาณ 1/2 ช้อนโต๊ะ ผสมกับน้ำสะอาดตามปริมาณที่ต้องการ จากนั้นแช่ทิ้งไว้เป็นเวลาประมาณ 10 นาที จึงล้างออกด้วยน้ำเปล่า วิธีนี้สามารถลดสารพิษหรือยาฆ่าแมลงได้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังไม่ทำให้ผักนั้นเสียรสชาติอีกด้วย

    ใช้ผงฟู
    อาจจะดูวุ่นวายตรงที่ต้องไปหาซื้อผงฟูมาอีก แต่ว่าวิธีนี้เป็นวิธีที่ล้างสารพิษ หรือสารตกค้างออกจากผักได้เป็นอย่างดีเลยนะ

การล้างผักนั้นมีหลากหลายวิธีมาก ซึ่งแต่ละวิธีมีทั้งข้อดีและข้อเสียต่างกันไป แนะนำว่าให้เลือกวิธีที่เหมาะสม และสะดวกสำหรับทุกคนจะดีกว่า และที่ขาดไม่ได้เลยคือ อย่าลืมล้างผักก่อนรับประทานนะ เพราะว่าการที่เรารับประทานผักแบบสดๆ นั้นเสี่ยงต่อโรคเยอะแยะมากมายไม่ว่าจะเป็น โรคมะเร็งลำไส้ โรคมะเร็งหลอดอาหาร โรคท้องร่วง โรคพยาธิ และโรคอื่นๆ อีกมากมาย ดังนั้นใส่ใจสักนิด ล้างให้สะอาดก่อนรับประทาน

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here