โลหิตจาง ภาวะเลือดจางจากปัญหาสุขภาพ!

โลหิตจาง เป็นโรคทางโลหิตที่พบได้บ่อยที่สุด เป็นภาวะที่ร่างกายมีปริมาณเม็ดเลือดแดงในเลือดน้อยกว่าปกติหรือมีการทำงานผิดปกติ อยากจะไปบริจาคเลือดก็บริจาคไม่ได้เพราะโลหิตจาง  คือการที่ระดับค่าฮีโมโกลบินในเลือดต่ำกว่า 13 กรัม ในผู้ชายและ 12 กรัมในผู้หญิง หรือความเข้มข้นของเม็ดเลือดแดงต่ำกว่า 39 และ 36 เปอร์เซ็นต์ในผู้ชายและผู้หญิงตามลำดับสาเหตุของการเกิดภาวะโลหิตจางนั้นมาเป็นได้จากหลายสาเหตุ สาเหตุของการเกิดภาวะโลหิตจางคืออะไร และอาหารเป็นอย่างไรไปดูกันเลยค่ะ

- พื้นที่โฆษณา -

สาเหตุของโรคโลหิตจาง

  1. การสูญเสียเลือด ปริมาณการสูญเสียเลือดมีจำนวนมากกว่าปริมาณเลือดที่ร่างกายจะสามารถผลิตเพื่อทดแทนส่วนที่หายไปได้ เช่น ผู้ที่มีปริมาณประจำเดือนมากกว่าปกติ ผู้ที่มีเลือดออกในทางเดินอาหารเนื่องจากมีแผล หรือผู้ที่ได้รับการผ่าตัดหรือมีการบาดเจ็บก็สามารถเกิดภาวะโลหิตจางได้
  2. การสร้างเซลล์เม็ดเลือดแดงต่ำ เซลล์เม็ดเลือดแดงที่ถูกสร้างขึ้นมาจะถูกทำลายไปใน 3 – 4เดือน และมีการสร้างเซลล์เม็ดเลือดแดงขึ้นมาใหม่อย่างต่อเนื่อง หากร่างกายผลิตเซลล์เม็ดเลือดแดงได้น้อยเกินไป หรือความสามารถในการผลิตเซลล์เม็ดเลือดแดงผิดปกติ เป็นปัจจัยให้เกิดโลหิตจางได้ค่ะ
  3. อาหาร การผลิตเซลล์เม็ดเลือดแดงจะมีปัญหาถ้าหากร่างกายขาดสารอาหาร เป็นผลมาจากการรับประทานอาหารที่ได้รับสารอาหารไม่ครบถ้วน โดยเฉพาะธาตุเหล็ก วิตามินบี 12 หรือกรดโฟลิก ซึ่งเป็นองค์ประกอบที่จําเป็นต่อการสร้างเม็ดเลือดแดง ซึ่งการขาดธาตุเหล็กเป็นสาเหตุที่พบได้บ่อยทั่วไปในภาวะโลหิตจางเลือดจาง
  4. อาการป่วย การเจ็บป่วยเรื้อรัง เช่น โรคมะเร็ง โรคเบาหวาน โรคไต โรคตับ ข้ออักเสบ และโรคเอดส์สามารถแทรกแซงความสามารถในการผลิตเซลล์เม็ดเลือดแดงได้ และโรคอื่นๆ เช่น โรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว โรคมะเร็งต่อมน้ำเหลือง โรคไขกระดูกเสื่อม เป็นต้น
  5. ผู้หญิงที่กำลังตั้งครรภ์ ภาวะโลหิตจางสามารถเกิดขึ้นได้กับหญิงตั้งครรภ์ โดยเฉพาะในช่วงอายุครรภ์ 6 เดือนแรก เนื่องจากการขาดสารอาหารประเภทธาตุเหล็กและกรดโฟลิก รวมไปถึงการเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ ในเลือด เพราะร่างกายต้องผลิตเลือดมากขึ้นเพื่อไปเลี้ยงทารกทำให้เกดภาวะโลหิตจางได้
  6. โรคทางพันธุกรรม ทำให้ร่างกายไม่สามารถผลิตเซลล์เม็ดเลือดแดงให้เพียงพอได้ เช่น โลหิตจางจากไขกระดูกฝ่อ ซึ่ง ภาวะทางพันธุกรรมอย่างโรคเม็ดเลือดแดงรูปเคียว และโลหิตจางจากเม็ดเลือดแดงแตก และยังสามารถกระตุ้นให้ร่างกายทำลายเซลล์เม็ดเลือดแดงมากกว่าปกติอีกด้วย
  7. ผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับโรคที่เกี่ยวข้องกับไขกระดูก ซึ่งไขกระดูกมีหน้าที่ในการสร้างเม็ดเลือดแดง เกร็ดเลือด และเม็ดเลือดขาว เมื่อไขกระดูกไม่สามารถสร้างเซลล์เม็ดเลือดได้ จึงทำให้ปริมาณเม็ดเลือดแดงในเลือดลดน้อยลง เช่น ไขกระดูกฝ่อ มะเร็งในไขกระดูก หรือการติดเชื้อในไขกระดูก
  8. การทำลายเม็ดเลือดแดงเพิ่มมากขึ้น โรคบางชนิดสามารถส่งผลให้ร่างกายกระตุ้นเซลล์เม็ดเลือดแดงและทำลายพวกมัน ยกตัวอย่างเช่น การเป็นโรคโลหิตจางเนื่องจากการเจ็บป่วยที่ส่งผลกระทบต่อม้าม ซึ่งม้ามเป็นอวัยวะที่โดยปกติแล้วจะกำจัดเซลล์เม็ดเลือดแดงที่ชำรุดออกไปจากร่างกาย ม้ามที่เป็นโรคหรือขยายใหญ่ขึ้นจะเป็นจุดเริ่มต้นของการขจัดเซลล์เม็ดเลือดแดงมากเกินจำเป็น โรคธาลัสซีเมีย รูปร่างเม็ดเลือดแดงผิดปกติ ระบบภูมิคุ้มกันบกพร่อง

อาการของภาวะโลหิตจาง

  • รู้สึกเหนื่อยง่าย อ่อนเพลีย แม้จะเป็นการทำกิจกรรมปกติในชีวิตประจำวัน
  • มึนงง วิงเวียนศีรษะ ปวดหัว
  • มีอาการตัวซีด อ่อนเพลีย ไม่สดชื่น
  • หายใจลำบากขณะออกแรง
  • มีอาการมือเท้าเย็น
  • เจ็บแน่นหน้าอก ใจสั่น
  • หัวใจทำงานหนักอาจส่งผลให้เกิดหัวใจล้มเหลว
  • หน้าตาซีดเซียว ฝ่ามือซีด เล็บซีด เยื่อบุเปลือกตา ริมฝีปาก และลิ้นซีดขาวกว่าปกติ

การป้องกันภาวะโลหิตจาง

  • เลือกรับประทานอาหารที่อุดมด้วยธาตุเหล็ก วิตามิน และสารอาหาร เช่น เนื้อสัตว์ ตับหมู นม ไข่ เลือดหมู ธัญพืช โดยเฉพาะผู้หญิงที่ตั้งครรภ์ ทารกและวัยรุ่น
  • รับประทานวิตามินเสริม สำหรับผู้ที่ได้รับสารอาหารไม่เพียงพอจากการรับประทานอาหาร โดยควรปรึกษาแพทย์ก่อน
  • ผู้สูงอายุหรือผู้รับประทานอาหารมังสวิรัติ ควรพบแพทย์เป็นระยะ เพื่อตรวจสอบภาวะโลหิตจาง เนื่องจากการรับประทานอาหารประเภทโปรตีนและวิตามินที่ไม่เพียงพอ
  • ผู้ที่มีประวัติคนในครอบครัวเป็นภาวะโลหิตจางควรปรึกษาแพทย์ เพื่อป้องกันความเสี่ยงในการส่งผ่านภาวะโลหิตจางทางพันธุกรรม

แบ่งปัน

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here