ไมเกรน ปัญหาปวดศีรษะที่หลายคนกำลังเผชิญ

ปกไมเกรน

ไมเกรน เป็นโรคปวดศีรษะที่พบว่ามีคนจำนวนมากเป็นกัน ในไทยพบว่าผู้ที่เป็นไมเกรนจะเป็นผู้หญิงเยอะกว่าผู้ชาย เกิดจากความผิดปกติของระบบไฟฟ้าที่ผิวสมอง ทำให้สมองเกิดการกระตุ้นได้ง่ายและไวกว่าคนปกติ กระแสไฟฟ้าจะไปกระตุ้นเส้นประสาทสมอง ทำให้เกิดการหลั่งสารสื่อประสาทบางชนิด มีผลทำให้หลอดเลือดสมองเกิดการขยายตัวและเกิดการอักเสบขึ้น เป็นผลทำให้มีอาการปวดศีรษะ โดยจะมีอาการปวดศีรษะอย่างรุนแรงอาจจะปวดข้างเดียว หรือลามไปทั้งสองข้าง มีอาการคลื่นไส้อาเจียน และจะมีอาการอื่นๆตามมาอีก อาการปวดศีรษะไมเกรนเกิดจากสาเหตุอะไรและมีอาการอย่างไร ไปดูกันเลยค่ะ

ปัจจัยที่กระตุ้นการเกิดไมเกรน

  • การกระตุ้นทางประสาทสัมผัส อาทิ แสงจ้า เสียงดัง กลิ่นฉุน กลิ่นบุหรี่
  • อาหารบางชนิด เช่น ชีส ไวน์แดง ช็อคโกแล็ต น้ำตาลเทียม ผงชูรส ชา และกาแฟ
  • ความเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน ช่วงมีประจำเดือน ระหว่างตั้งครรภ์ ช่วงหมดประจำเดือน หรือการรับประทานยาเม็ดคุมกำเนิด
  • รูปแบบการนอนที่เปลี่ยนไป เช่น นอนดึก นอนไม่พอ นอนไม่หลับ หรือนอนมากเกินไป
  • สิ่งแวดล้อม เช่น อากาศร้อน ฝุ่นควัน
  • ความเครียด
  • ยาบางชนิด

อาการโรคไมเกรน

  • ปวดศีรษะครึ่งซีก อาจเป็นบริเวณขมับหรือท้ายทอยแต่บางครั้งก็อาจเป็นสองข้างพร้อมกันหรือสลับข้างกันได้
  • มีอาการปวดหัวอย่างรุนแรง ปวดแบบตุ้บๆ ปวดเป็นเวลานานมากกว่า 20 นาที บางคนอาจมีปวดตื้อ ๆ สลับกับปวดตุ๊บ ๆ ในสมองก็ได้
  • ส่วนมากจะคลื่นไส้หรืออาเจียนร่วมด้วย โดยอาจเป็นขณะปวดศีรษะก่อนหรือหลังปวดศีรษะก็ได้
  • อาการนำจะเป็นอาการทางสายตาโดยจะมีอาการนำมาก่อนปวดศีรษะราว 10-20 นาที เช่น เห็นแสงเป็นเส้น ๆ ระยิบระยับ แสงจ้าสะท้อน ปวดกระบอกตา หรือเห็นภาพบิดเบี้ยวก่อนปวด

สัญญาณเตือนก่อนเป็นไมเกรน

  1. เห็นแสงที่ออกมาจากสิ่งต่างๆ ไวต่อสีและแสง ทำให้บางครั้งผู้ที่เป็นไมเกรนจะเริ่มเห็นแสงบางอย่างจากภาพ แสงกระพริบ ภาพต่างๆ เป็นจุดหรือเป็นเส้น โดยอาจจะเห็นแสงเปล่งออกมาจากสิ่งนั้นๆ เล็กน้อย ก่อนจะเห็นเพิ่มขึ้น
  2. อาการซึมเศร้า หงุดหงิด หรือตื่นเต้น การเปลี่ยนแปลงอารมณ์อาจเป็นสัญญาณของไมเกรน ผู้ป่วยบางรายจะรู้สึกหดหู่ หรือรู้สึกแย่โดยไม่มีเหตุผล ในขณะที่บางกลุ่มอาจจะรู้สึกตื่นเต้นหรือรู้สึกดี อาจมีความเชื่อมโยงทางพันธุกรรมระหว่างภาวะซึมเศร้าและไมเกรนไมเกรน
  3. การนอนไม่พอ การที่เราพักผ่อนน้อย หลับไม่เต็มอิ่ม นอนไม่พอทำให้เกิดไมเกรน และการเกิดไมเกรนทำให้มีปัญหาในการนอนหลับ
  4. คัดจมูก ผู้ที่เป็นหวัด หรือมีอาการไซนัสร่วมด้วย เช่น อาการคัดจมูก น้ำมูกไหล ปวดกระบอกตา หรือน้ำตาไหล คนที่มีอาการไซนัสจะมีโอกาสเป็นไมเกรนถึง 90%
  5. ความอยากอาหาร ก่อนที่อาการไมเกรนจะเกิดขึ้น บางคนจะรู้สึกอยากกินช็อกโกแลต
  6. อาการปวดหัวหนึ่งหรือสองข้างของศีรษะ อาการปวดหัวอย่างรุนแรงเป็นสัญญาณทั่วไปของไมเกรน โดยจะมีอาการรู้สึกปวดตุ้บๆ ด้านใดด้านหนึ่งของศีรษะ
  7. ปวดตา อาการปวดไมเกรนมักจะมีอาการปวดกระบอกตาร่วมด้วย รู้สึกปวดล้าที่ตา
  8. ปวดคอ ผู้ป่วยไมเกรนมีอาการปวดคออยู่ตลอดเวลา และ 31% มีอาการปวดคอบ่อยครั้งในช่วงที่มีอาการปวดหัวไมเกรน
  9. ปัสสาวะบ่อย อาการทั่วไปในคนที่เป็นไมเกรน โดยจะมีอาการหนึ่งชั่วโมง หรืออย่างมากที่สุดสองวัน ก่อนที่จะเริ่มปวดหัว
  10. หาวบ่อย จะหาวบ่อยๆ อาจจะทุกๆ 2-3 นาที
  11. มีอาการชา ในผู้ป่วยไมเกรนบางราย จะมีอาการชา ไม่รับรู้ประสาทสัมผัส อาจจะเริ่มจากปลายนิ้ว เคลื่อนไปทางแขน และเคลื่อนไปที่ใบหน้า
  12. คลื่นไส้อาเจียน คนที่มีอาการปวดหัวไมเกรน 73% มีอาการคลื่นไส้ และ 29% มีอาการอาเจียน โดยผู้ที่มีอาการคลื่นไส้บ่อยครั้งร่วมด้วย จะมีอาการปวดหัวมากขึ้น
  13. แสง เสียง หรือกลิ่น กระตุ้นและทำให้อาการแย่ลง เพราะผู้ป่วยไมเกรนจะไวต่อแสงและเสียง อาจทำให้ประสาทสัมผัสได้รับมากกว่าคนทั่วไป และกลิ่นบางกลิ่นยังสามารถกระตุ้นอาการไมเกรนได้
  14. วิงเวียนศีรษะ หรือตาลาย บางครั้งไมเกรนอาจทำให้เกิดอาการวิงเวียนศีรษะ หรือสูญเสียการมองเห็น
  15. ปวดหัวค้าง มักมีอาการเมื่อยล้า ไม่มีสมาธิ รู้สึกอ่อนแรง เวียนศีรษะ และรู้สึกสูญเสียพลังงานในช่วงเป็นไมเกรน ทำให้รู้สึกเหนื่อยและปวดหัวมาก

การรักษาไมเกรน

ระยะที่มีอาการปวดศีรษะเฉียบพลัน

  • ยาแก้ปวด เช่น พาราเซตามอล หรือยาลดการอักเสบที่ไม่ไช่สเตียรอด์ (NSAIDs) เป็นต้น
  • ยาสำหรับไมเกรนโดยเฉพาะ เช่น ยากลุ่มทริปแทน (triptan) หรือ ยาที่มีส่วนผสมของเออโกทามีน (ergotamine) ซึ่งออกฤทธิ์ที่เส้นเลือดสมองโดยตรง
  • ยาสำหรับลดอาการคลื่นไส้ อาเจียน

ระยะที่ไม่ปวดศีรษะ (ยาป้องกันอาการปวดศีรษะไมเกรน) ต้องรับประทานติดต่อกันทุกวัน

  • กลุ่มยากันชัก
  • กลุ่มยาปิดกั้นตัวรับแคลเซียม
  • กลุ่มยาปิดกั้นตัวรับเบต้า
  • ใช้ยากลุ่มยาต้านอาการซึมเศร้า
  • ถ้ามีอาการปวดศีรษะไมเกรนในช่วงมีประจำเดือน สามารถรับประทานยา ยาลดการอักเสบที่ไม่ไช่สเตียรอด์ หรือ ยากลุ่มทริปแทน ในช่วงก่อนมีประจำเดือนประมาณ 2-3 วัน และรับประทานยาต่อจนหมดประจำเดือน 4-5 วัน
แบ่งปัน

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here