โรคอัลไซเมอร์ ภาวะสมองเสื่อมในผู้สูงอายุ

ปกอัลไซเมอร์

โรคอัลไซเมอร์จะพบได้บ่อยในผู้สูงอายุ ในช่วงอายุ 65-89 ปี โดยจะมีความเสื่อมของเซลล์สมองทุกส่วน อาการเริ่มแรกของโรคอาจจะไม่รุนแรงแต่มันจะค่อยๆรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ จนถึงขั้นสูญเสียความทรงจำทั้งหมดและไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้ โรคอัลไซเมอร์จะมีระยะเวลาก่อโรคนาน 15-20 ปี และจะเริ่มมีอาการที่ชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ หากไม่ได้รับการรักษาในช่วงระยะเวลา 8 – 10 ปี จะทำให้เกิดการเสื่อมของสมองอย่างรวดเร็วและรุนแรงมากยิ่งขึ้น ซึ่งผู้ป่วยโรคอัลไซเมอร์จะไม่รู้ว่าตนเองเป็นโรคนี้หรือคิดว่าเป็นความผิดปกติทางความจำเล็กน้อยจึงไม่ได้ไปพบแพทย์เพื่อทำการรักษาจึงส่งผลให้โรคมีความรุนแรงมากยิ่งขึ้นจนยากแก่การรักษา โรคอัลไซเมอร์ยังไม่มีการรักษาให้หายขาดได้ดังนั้นเราจึงต้องป้องกันตนเองดูแลตนเองเพื่อที่ลดความเสี่ยงการเกิดโรคอัลไซเมอร์

เวย์โปรตีนลดราคา

สาเหตุของการเกิดโรคอัลไซเมอร์

  • การอักเสบของเซลล์ส่งผลให้สารอะมีลอยด์สลาย ส่งผลทำให้อนุมูลอิสระออกมา อนุมูลนี้จะทำให้เกิดการอักเสบของเซลล์สมอง และทำลายเซลล์สมอง
  • กรรมพันธุ์ หากมีบุคคลในครอบครัวป่วยด้วยโรคอัลไซเมอร์ ก็มีโอกาสที่จะเป็นมากขึ้น
  • ผู้สูงอายุจะมีโอกาสเป็นโรคอัลไซเมอร์ได้มากกว่าผู้ที่มีอายุน้อย จากสถิติพบว่าร้อยละ 25 ของผู้มีอายุ 85 ปี ป่วยเป็นโรคนี้
  • โรคเรื้อรัง เช่น โรคความดันโลหิตสูง โรคไต โรคเบาหวาน ทำให้ผู้ป่วยสูญเสียความจำ
  • พฤติกรรมของคนบางกลุ่มที่มักใช้ชีวิตเรื่อยเปื่อย ไม่ได้ฝึกพัฒนาความคิด

อาการของโรคอัลไซเมอร์

ระยะก่อนสมองเสื่อม

  1. ผู้ป่วยจะมีความบกพร่องทางการเรียนรู้เล็กน้อย จะจำเรื่องที่เพิ่งรู้มาไม่นาน หรือเรื่องที่เพิ่งเกิดขึ้นไม่ได้
  2. ยังสามารถดำเนินชีวิตประจำวันได้เป็นปกติ ตัดสินใจทำในสิ่งต่างๆได้ ยกเว้นเรื่องที่สลับซับซ้อน
  3. หากนำผู้ป่วยไปทำการทดสอบทางสมองจะยังไม่พบสิ่งผิดปกติ แต่พบความผิดปกติของสมองแล้ว

สมองเสื่อมระยะแรก

  1. มีการสูญเสียความจำในระยะสั้น ความจำใหม่ๆ เรื่องที่เพิ่งเกิดขึ้น หรือความจำที่เพิ่งเรียนรู้มา เช่น ลืมว่าวางของไว้ที่ไหน ลืมว่ากินยารักษาโรคประจำตัวไปแล้ว ถามซ้ำ พูดซ้ำ
  2. ส่วนความทรงจำในระยะยาว เช่น เกิดที่จังหวัดไหน ความรู้ทั่วไป เช่น ไฟแดงหมายถึงให้หยุดรถ การใช้ช้อนส้อมรับประทานอาหาร ยังพอจำได้เป็นปกติ
  3. ความคิดในการสร้างสรรค์จะลดลง
  4. การตัดสินใจจะช้าลง
  5. ไม่มีสมาธิในการทำงาน
  6. ไม่สามารถเรียนรู้สิ่งใหม่ๆได้โรคอัลไซเมอร์
  7. ลืมการใช้คำ เขียนหนังสือหรืออ่านไม่คลองเหมือนเดิม
  8. มีความวิตกกังวลมากขึ้น

สมองเสื่อมระยะปานกลาง

  1. สูญเสียความทรงจำในระยะสั้น
  2. ความจำในระยะยาว และความรู้ทั่วไปก็จะค่อยๆจำไม่ได้ เช่น จำชื่อของคนที่รู้จักไม่ได้ จำหน้าตาของคนที่รู้จักไม่ได้ รวมถึงจำครอบครัวตัวเองไม่ได้ด้วย
  3. ลืมการพูดและการใช้ภาษา เช่น จะไม่สามารถนึกคำเรียกชื่อสิ่งของที่มองเห็นอยู่ตรงหน้าได้
  4. มีปัญหาในการสื่อสารบอกความคิดของตนเอง
  5. ทักษะการอ่านและการเขียนค่อยๆเสียไปเรื่อยๆ
  6. การทำกิจวัตรประจำวันต่างๆก็จะเริ่มมีปัญหา เช่น ลืมว่าวิธีการใส่เสื้อเป็นอย่างไร
  7. มีอารมณ์สับสน วิตกกังวล กระวนกระวาย หงุดหงิด โมโหง่าย อารมณ์แปรปรวน ร้องไห้ หรือก้าวร้าวอย่างไม่มีเหตุผล
  8. มีอาการหลงผิด เห็นภาพหลอนโดยเฉพาะในเวลาโพล้เพล้
  9. เดินออกจากบ้านแล้วจำทางกลับบ้านไม่ได้
  10. ไม่สามารถควบคุมพฤติกรรมตนเองได้ เช่น ร้อนก็จะถอดเสื้อผ้าทั้งๆที่อยู่ในที่สาธารณะ

สมองเสื่อมระยะสุดท้าย

  1. ความทรงจำในระยะสั้น ความทรงจำในระยะยาว ความรู้ทั่วไป สูญเสียไป
  2. ทักษะการใช้ภาษาของผู้ป่วยจะลดลงอย่างมาก พูดได้แค่คำสั้นๆ หรือคำเดี่ยว หรือไม่สามารถพูดได้เลย
  3. มีอาการตัวแข็งคล้ายกับคนเป็นโรคพาร์กินสัน
  4. ไม่สามารถทำกิจวัตรประจำวันต่างๆได้
  5. มีภาวะไร้อารมณ์ เหม่อลอย
  6. ไม่สามารถควบคุมการถ่ายอุจจาระและปัสสาวะได้
  7. บางคนอาจมีอาการชัก
  8. อาจเสียชีวิตจากภาวะแทรกซ้อนต่างๆ เช่น เกิดแผลกดทับและติดเชื้อ ปอดบวมติดเชื้อ เป็นต้น

การป้องกันโรคอัลไซเมอร์

  • เลิกสูบบุหรี่
  • งดดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
  • รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ในสัดส่วนที่พอเหมาะ รับประทานอาหารที่บำรุงสมอง
  • หมั่นออกกำลังกายอย่างน้อยวันละ 30 นาที เช่น เต้นแอโรบิค ปั่นจักรยาน วิ่งเร็ว
  • หากป่วยเป็นโรคเบาหวาน ควรควบคุมการรับประทานอาหารและทานยาอย่างสม่ำเสมอ
  • ตรวจและควบคุมระดับความดันโลหิต

การดูแลผู้ป่วยโรคอัลไซเมอร์

  • ต้องให้ความเข้าใจผู้ป่วย ไม่ควรทำให้ผู้ป่วยหงุดหงิด อาย หรือรู้สึกไม่มั่นใจในตนเอง
  • ควรจัดห้อง หรือบ้านให้น่าอยู่ ใช้สีสว่างๆ
  • เก็บของมีคม หรือเครื่องใช้ไฟฟ้าให้มิดชิด ปิดวาล์วเตาแก๊สไว้เสมอ
  • ในรายที่เริ่มจะดูแลยาก เช่น ก้าวร้าว เอะอะโวยวาย สับสนมาก หรือเดินออกนอกบ้านบ่อยๆ ควรพาไปพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางด้านระบบประสาท เนื่องจากอาจจำเป็นต้องใช้ยาลดอาการดังกล่าวร่วมด้วย
  • หากไม่มีคนดูแลควรจ้างพยาบาลหรือคนมาดูแล เพราะผู้ป่วยอาจจะเดินออกจากบ้านแล้วหลงทางได้

แบ่งปัน

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here