โรคพิษสุนัขบ้า โรคติดต่ออันตรายจากสัตว์เลี้ยง

ปกพิษสุนัขบ้า

ช่วงนี้โรคพิษสุนัขบ้ากำลังระบาดหนัก และมีผู้เสียชีวิตจากพิษสุนัขบ้าหลายราย เกิดจากการถูกสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่มีเชื้อไวรัสชื่อ เรบีส์ ไวรัส (Rabies) กัด ส่วนมากในประเทศไทยจะเกิดจากโดนสุนัขกัดหรือข่วน ซึ่งเชื้อดังกล่าวส่งผลกระทบระบบประสาทส่วนกลาง หากไม่ได้รับการรักษาหรือฉีดวัคซีนป้องกันทันเวลา จะมีความรุนแรงมากจนถึงขั้นเสียชีวิต

เวย์โปรตีนลดราคา

โรคพิษสุนัขบ้า หรือโรคกลัวน้ำ เป็นโรคติดเชื้อไวรัสจากสัตว์สู่คน จัดเป็นโรคติดเชื้อที่ร้ายแรงที่ยังไม่มียารักษา ผู้ป่วยทุกรายที่มีอาการแสดงมักจะเสียชีวิตภายในเวลาเพียงไม่กี่วัน ผู้ป่วยมักมีประวัติถูกสุนัขกัดแล้วไม่ได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันเพราะความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ แต่โรคนี้สามารถป้องกันได้ด้วยการฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าตั้งแต่ถูกสัตว์ที่มีเชื้อพิษสุนัขบ้ากัดใหม่ๆ ผู้ที่เป็นโรคพิษสุนัขบ้าจะมีอาการกลัวน้ำ เวลากินน้ำจะสำลักและเจ็บปวดมาก เพราะกล้ามเนื้อคอเป็นอัมพาตและเกร็ง


สาเหตุของโรคพิษสุนัขบ้า

โรคพิษสุนัขบ้าเกิดจากเชื้อไวรัสเรบีส์ ที่อยู่ในน้ำลายของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม ที่พบได้บ่อยที่สุด คือ สุนัข หมาป่า หมาจิ้งจอก หมาใน แมวบ้าน แมวป่า ค้างคาว หมู วัว ควาย แกะ แพะ ม้า ลา อูฐ กระรอก พังพอน สกั๊งค์ หนูนา และหนูป่า เมื่อโดนข่วนหรือกัด เชื้อพิษสุนัขบ้าจะเข้าสู่ร่างกายได้ทางบาดแผลบนผิวหนังที่ถูกสัตว์กัด ข่วน เชื้อจะเข้าไปทางแผลที่ถูกน้ำลายสัตว์ เยื่อบุตา เยื่อบุจมูก เยื่อบุช่องปาก นอกจากนี้ เชื้อยังอาจเข้าสู่ร่างกายได้จากการที่คนหายใจเอาละอองไอน้ำที่มีเชื้อโรคอยู่


อาการของผู้ที่ติดเชื้อพิษสุนัขบ้า

อาการของผู้ป่วยที่เป็นโรคพิษสุนัขบ้าสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ระยะ คือ

  1. ระยะอาการนำของโรคโรคพิษสุนัขบ้า
  • ผู้ป่วยจะมีอาการต่างๆที่ไม่เจาะจง เช่น มีไข้ต่ำ ๆ ประมาณ 38-38.5 องศาเซลเซียส หนาวสั่น
  • ปวดศีรษะ อ่อนเพลีย
  • เบื่ออาหาร เจ็บคอ คลื่นไส้ อาเจียน
  • ปวดท้อง ท้องเดิน
  • กระสับกระส่าย ลุกลี้ลุกลน วิตกกังวล มีความรู้สึกกลัว นอนไม่หลับ
  • อารมณ์เปลี่ยนแปลงง่าย
  • บริเวณบาดแผลที่ถูกกัดอาจมีอาการปวดเสียว คัน ชา หรือปวดแสบปวดร้อน โดยจะเริ่มจากบริเวณบาดแผลก่อนแล้วจึงลามไปทั่วทั้งแขนและขา
  1. ระยะอาการทางระบบประสาท มักจะเกิดขึ้นภายหลังระยะอาการนำของโรคประมาณ 2-10 วัน ซึ่งในระยะนี้จะแบ่งอาการออกเป็น 3 แบบ ได้แก่
  • แบบคลุ้มคลั่ง ซึ่งเป็นกลุ่มที่พบได้บ่อยที่สุดประมาณ 80% ของผู้ป่วยโรคพิษสุนัขบ้าทั้งหมด มีอาการไข้ สับสน เห็นภาพหลอน กระวนกระวาย จะเกิดขึ้นเมื่อถูกกระตุ้นจากสิ่งเร้า เช่น แสง เสียง เป็นต้น ต่อมาจะมีการแกว่งของระดับความรู้สึกตัว คือ เดี๋ยวดี เดี๋ยวไม่ดีสลับกันไป ซึ่งในขณะที่ความรู้สึกตัวดี ผู้ป่วยจะเดินเพ่นพ่าน อยู่นิ่งไม่ได้ คลุ้มคลั่ง เอะอะอาละวาด ต่อมาผู้ป่วยจะมีอาการกลัวน้ำ ตอนดื่มน้ำจะปวดเกร็งกล้ามเนื้อคอหอยทำให้กลืนไม่ได้ แล้วไม่กล้าดื่มน้ำทั้ง ๆ ที่กระหายน้ำมาก กลัวลม เพียงแค่เป่าลมเข้าที่หน้าหรือคอก็จะมีอาการผวา เมื่อผู้ป่วยหายใจเข้าหรือมีลมมากระทบหน้า กระทบกล้ามเนื้อกะบังลม และกล้ามเนื้อของกล่องเสียง ก็จะทำให้เกิดการแข็งเกร็งหดตัวผิดปกติและก่อให้เกิดความเจ็บปวด ทำให้ไม่อยากหายใจ น้ำลายไหล น้ำตาไหล เหงื่อออกมาก ขนลุก ในที่สุดผู้ป่วยจะเกิดอาการซึม หมดสติ หยุดหายใจ และเสียชีวิตภายใน 7 วัน หลังจากเริ่มมีอาการดังกล่าว
  • แบบอัมพาต ซึ่งเป็นกลุ่มที่พบได้รองลงมาประมาณ 20% ผู้ป่วยมักมีอาการไข้ร่วมกับกล้ามเนื้อแขนขาและทั่วร่างกายอ่อนแรง กลั้นปัสสาวะไม่อยู่ พบอาการกลัวน้ำและกลัวลมประมาณ 50% ผู้ป่วยกลุ่มนี้มักจะเสียชีวิตช้ากว่าแบบคลุ้มคลั่ง คือ เฉลี่ยประมาณ 13 วัน
  • แบบแสดงอาการไม่ตรงต้นแบบ พบได้ในผู้ป่วยบางราย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในผู้ที่ถูกค้างคาวกัด ในระยะแรกผู้ป่วยอาจมีอาการปวดประสาทหรือกล้ามเนื้ออ่อนแรง ต่อมาจะมีอาการแขนขาซีกหนึ่งเป็นอัมพาตหรือชา มีอาการชักและการเคลื่อนไหวผิดปกติ แต่ไม่พบอาการกลัวน้ำ กลัวลม และอาการผิดปกติของระบบประสาทอัตโนมัติดังผู้ป่วยแบบคลุ้มคลั่ง
  1. ระยะไม่รู้สึกตัว หรือระยะสุดท้าย จะมีอาการหมดสติและเสียชีวิตจากระบบหายใจและไหลเวียนโลหิตล้มเหลว รวมทั้งหัวใจเต้นผิดจังหวะ ภายใน 1-3 วันหลังมีอาการไม่รู้สึกตัว

การปฏิบัติตัวหลังถูกสุนัขกัด

  1. เมื่อถูกกัดให้ล้างแผลทันทีด้วยน้ำสะอาด ฟอกสบู่ 2-3 ครั้งหรือมากกว่านั้น ถ้ามีเลือดออก ควรปล่อยให้เลือดไหลออก อย่าบีบหรือเค้นแผล เพราะจะทำให้เชื้อแพร่กระจายไปส่วนอื่น
  2. ใส่ยา เช่น เบตาดีน ทิงเจอร์ไอโอดีน แอลกอฮอล์ 70% จะช่วยฆ่าเชื้อโรคได้ อย่าใส่สิ่งอื่นลงไปในแผล เช่น เกลือ ยาฉุน ลงในแผล ไม่ควรเย็บแผล และไม่ควรใช้รองเท้าตบแผล เพราะอาจทำให้เชื้อกระจายไปรอบบริเวณเกิดแผลได้ง่าย และอาจมีเชื้อโรคอื่นเข้าไปด้วย ทำให้แผลอักเสบ
  3. กักสัตว์ที่กัดไว้ดูอาการอย่างน้อย 15 วัน โดยให้น้ำและอาหารตามปกติ อย่าฆ่าสัตว์ให้ตายทันที เว้นแต่สัตว์นั้นดุร้าย กัดคนหรือสัตว์อื่น หรือไม่สามารถกักสัตว์ไว้ได้ ถ้าสัตว์หนีหายไปให้ถือว่าสัตว์นั้นเป็นโรคพิษสุนัขบ้า
  4. รีบพบแพทย์ เพื่อรับการฉีดวัคซีนและเซรุ่ม ควรรีบไปพบแพทย์ทันที ไม่ควรรอดูอาการสุนัข เพราะอาจสายเกินไป
  5. หากสุนัขตายให้นำซากมาตรวจหาเชื้อ หากสุนัขไม่ตายให้ขังไว้ดูอาการ แต่หากติดตามสัตว์ที่กัดไม่ได้ ต้องรีบมารับการฉีดวัคซีนโดยทันที

แบ่งปัน

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here