สเต็มเซลล์ เซลล์ต้นกำเนิดที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย

ปกสเต็มเซลล์

ในปัจจุบันทางการแพทย์ได้คิดค้นนำ สเต็มเซลล์ (Stem Cell) มาใช้ในทางการแพทย์เพื่อรักษาโรคต่างๆหรือแม้แต่นำไปใช้ในด้านความสวยความงาม แต่มีราคาในการรักษาสูงมาก สเต็มเซลล์ หรือ เซลล์ต้นกำเนิด เป็นเซลล์อ่อนที่ไม่มีหน้าที่ของเซลล์ที่เฉพาะเจาะจง สามารถแบ่งตัวเองขึ้นมาใหม่ได้ และ พร้อมจะเจริญเติบโต เปลี่ยนแปลงเพื่อไปทำหน้าที่ใดหน้าที่หนึ่งที่เฉพาะเจาะจงได้ หรือกลายเป็นเซลล์ของเนื้อเยื่อชนิดต่างๆในร่างกายได้ เช่น เซลล์สมอง เซลล์กล้ามเนื้อหัวใจ เซลล์เหล่านี้เมื่อตายไปแล้ว จะไม่มีเซลล์ใหม่มาทดแทนได้อีก สเต็มเซลล์ พบได้ในเนื้อเยื่อที่โตเต็มวัย เช่น เลือด ฟันน้ำนม ผิวหนัง สายสะดือ เม็ดเลือด ไขกระดูก สเต็มเซลล์จะทำหน้าที่ซ่อมแซมบาดแผลและสร้างแซลล์ใหม่เพื่อมาทดแทนแซลล์เก่าที่ตายไปในขณะที่เราป่วย หรือบาดเจ็บ

- พื้นที่โฆษณา -

ประเภทของสเต็มเซลล์

สเต็มเซลล์ มีทั้งหมด 2 ประเภทใหญ่ๆ ได้แก่

1.เซลล์ต้นกำเนิดที่แยกได้จากตัวอ่อน

สเต็มเซลล์ประเภทนี้จะสามารถเปลี่ยนแปลงไปเป็นเซลล์ต่างๆ ได้เกือบทุกชนิดใน ไม่ว่าจะเป็นเซลล์สมอง เซลล์ผิวหนัง เซลล์กล้ามเนื้อ เซลล์หัวใจ หรือเซลล์เม็ดเลือด เป็นต้น สเต็มเซลล์สามารถเข้าไปทดแทนเซลล์ที่เสื่อมสภาพได้ทุกส่วน จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมร่างกายของคนเรามักจะฟื้นตัวได้เร็วอยู่เสมอ นอกจากนี้ทางการแพทย์ยังนำ สเต็มเซลล์มาใช้ในการรักษาโรคต่างๆอีกด้วย

2.เซลล์ต้นกำเนิดที่แยกได้จากสิ่งมีชีวิตโตเต็มวัยสเต็มเซลล์

เป็นเซลล์ต้นกำเนิดที่สามารถเปลี่ยนแปลงตัวเองไปเป็นเซลล์เนื้อเยื่อนั้นๆ ได้เท่านั้น ไม่สามารถเปลี่ยนไปเป็นเซลล์อื่นๆ ในร่างกายได้ เช่น สเต็มเซลล์ของเลือด ก็จะเปลี่ยนเป็นเม็ดเลือดแดง เม็ดเลือดขาวและเกล็ดเลือด หรือสเต็มเซลล์ของผิวหนัง ก็จะเปลี่ยนเป็นเซลล์ผิวหนัง ซึ่งสเต็มเซลล์แบบนี้จะมีคุณสมบัติที่ด้อยกว่าสเต็มเซลล์แบบเซลล์ต้นกำเนิดที่แยกได้จากตัวอ่อน


ข้อดีของสเต็มเซลล์

1.การรักษาโรคด้วยสเต็มเซลล์จะทำให้ผู้ที่รักษาหายขาดแล้วจะไม่กลับมาเป็นโรคเดิมอีก

2.สเต็มเซลล์สามารถแปลงตัวเองและเข้าไปแทนที่เซลล์ต่างๆในร่างกายได้อย่างดีเยี่ยม โดยไม่ต้องใช้สารกระตุ้น

3.สเต็มเซลล์สามารถนำมาใช้เพื่อชะลอความแก่ได้

  1. ช่วยเพิ่มโอกาสในการมีบุตรสำหรับผู้ที่มีบุตรยากหรือมีปัญหาสุขภาพที่ส่งผลต่อการมีบุตร

ข้อเสียของสเต็มเซลล์

1.มีราคาแพงมาก

2.ต้องใช้บุคลากรทางการแพทย์ที่มีความชำนาญด้านการรักษาด้วยสเต็มเซลล์โดยเฉพาะ เพราะมีความเสี่ยงต่อการผิดพลาดสูง


โดยโรคที่นำสเต็มเซลล์มาได้

  • โรคทาลัสซีเมีย
  • โรคจากภูมิคุ้มกันบกพร่องแต่กำเนิด
  • มะเร็งบางชนิด เช่น มะเร็งต้านม มะเร็งไต เป็นต้น
  • ภาวะเม็ดเลือดแดงแตก
  • โรคเอสแอลอี
  • โรคไขกระดูกฝ่อที่เกิดภายหลัง
  • อัลไซเมอร์
  • กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด
  • เบาหวาน
  • พาร์กินสัน
  • อัมพาตไขสันหลัง

แบ่งปัน

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here