อันตรายจากสมุนไพร ส่งผลเสียต่อร่างกายโดยไม่รู้ตัว

โทษของสมุนไพร

สมุนไพรนั้นมีหลายชนิดและใช้เพื่อรักษาอาการป่วย และบำรุงร่างกายกันมาตั้งแต่สมัยโบราณ ซึ่งในปัจจุบันก็มีการนำสมุนไพรมาใช้ในการรักษาโรคและนำเป็นอาหารเสริมมากยิ่งขึ้น ซึ่งส่วนใหญ่ผู้ที่แนะนำให้ใช้สมุนไพรจะไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญโดยตรง หากมีการนำสมุนไพรมาใช้อย่างไม่ถูกต้อง สมุนไพรก็อาจจะก่อให้เกิดโทษต่อผู้ใช้ได้ อันตรายจากสมุนไพรเกิดได้จากหลายปัจจัย ทำให้เจ็บป่วยเล็กน้อยจนถึงเสียชีวิต ทั้งเกิดได้ทั้งรวดเร็วหลังจากรับประทานไม่นานจนกระทั่งนานเป็นเดือนๆ อาจเกิดจากพิษของสมุนไพรเองหรือจากการปนเปื้อนของสารพิษที่มาในรูปของสมุนไพรก็ได้

- พื้นที่โฆษณา -

รูปแบบของสมุนไพร

  • เป็นผงละลายน้ำโทษของสมุนไพร
  • ชงเป็นชา
  • เป็นสารสกัด
  • แอลกอฮอล์ต่างๆ
  • แช่น้ำตาล แช่น้ำผึ้ง
  • อัดเม็ด
  • แคปซูล

อันตรายจากสมุนไพร

  1. พิษจากสารเคมีในสมุนไพร สมุนไพรถึงจะมาจากพืช แต่พืชบางชนิดก็มีทั้งประโยชน์และพิษ สมุนไพรหลายชนิดมีพิษต่อหัวใจ ไต ตับ และก่อมะเร็ง เช่น ผักขี้เหล็ก ทำให้ผู้ที่ทานตับวายจนเสียชีวิต ไคร้เครือซึ่งผสมอยู่ในยาหอมและยาธาตุมีสารก่อมะเร็งท่อไตและเชิงกราน บอระเพ็ดอาจมีพิษต่อตับ เป็นต้น
  2. พิษจากขั้นตอนการเตรียมสมุนไพร เช่น บด ตำ ใส่แคปซูลอาจไม่สะอาด มีการปนเปื้อนเชื้อโรคต่างๆ ทำให้ปวดท้อง ท้องเสีย อาเจียน มีโอกาสปนเปื้อนเชื้อรา ซึ่งมีสารอะฟลาทอกซิน ที่เสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งตับ
  3. พิษจากสารสกัด เช่น ทำให้มีน้ำตาลสูงอันตรายต่อคนที่เป็นโรคเบาหวาน มีเกลือแร่เข้มข้นเป็นพิษต่อตับไต หรือมีแอลกอฮอล์ซึ่งอาจมีอันตรายต่อคนตั้งครรภ์ เด็ก หรือ ทารกที่ทานนมแม่ เป็นต้น
  4. พิษจากการรับประทานเกินขนาด เนื่องจากสมุนไพรไม่มี ขนาดบอกชัดเจน การเตรียมก็มีจำนวนสมุนไพรต่างกัน บางคนอยากหายเร็วๆ ก็อาจรับประทานมากจนเกิดอันตราย
  5. พิษจากการใช้ยา หากเราทานยาแผนปัจจุบัน และทานสมุนไพรไปด้วยกันอาจทำให้ยาตีกันได้ สมุนไพรจำนวนมากมีปฏิกิริยาเสริมฤทธิ์หรือลดฤทธิ์ยาแผนปัจจุบัน ที่เสริมฤทธิ์ เช่น แป๊ะก๊วย หรือโสม หากกินร่วมกับยาต้านการแข็งตัวของเลือด แอสไพริน อาจทำให้เลือดออกในสมอง ในตา ในอวัยวะอื่นๆ จนเกิดอันตรายถึงชีวิตได้ ที่ลดฤทธิ์ เช่นน้ำองุ่นสกัด เซนต์จอห์นเวิร์ต จะไปลดระดับยาต้านไวรัสเอดส์ เป็นต้น
  6. พิษจากการผสมสารอันตราย เช่น สารสเตียรอยด์ ยาแก้ปวด สารเคมีบำบัด เป็นต้น และส่วนมากฉลากของสมุนไพรบอกส่วนประกอบไม่ตรงกับส่วนประกอบที่อยู่ในสมุนไพรจริง
  7. พิษจากไฟโตเอสโตรเจน เช่น ตังกุย กาวเครือ ชะเอมเทศ จะมีฤทธิ์ฮอร์โมนเพศหญิง มีทั้งชนิดเดี่ยวๆหรือนำไปผสมสมุนไพรอื่นๆ ทำให้ผิวพรรณดี กินข้าวได้ แก้อาการหงุดหงิด ปวดเมื่อย นอนไม่หลับ อาการวัยทอง แต่มีข้อห้าม อาจเกิดอันตรายในคนเป็นหรือมีความเสี่ยงที่จะเป็น มะเร็งเต้านม มะเร็งโพรงมดลูก มะเร็งรังไข่ มะเร็งปากมดลูก โรคหลอดเลือดอุดตันที่หัวใจ ที่สมอง ที่หลอดเลือดดำ โรคตับอักเสบ ตับแข็ง โรคเนื้องอกมดลูก ช็อกโกแลตซีสต์ โรคซีสต์รังไข่ เนื้องอกรังไข่ โรคลิ้นหัวใจรั่ว หัวใจวาย ความดันโลหิตสูง โรคไมเกรน โรคภูมิแพ้ร่างกาย ภูมิแพ้เอสแอลอี นอกจากนั้นยังอาจเกิดอันตรายในเด็ก สตรีมีครรภ์ และผู้สูบบุหรี่เป็นประจำ

โทษของสมุนไพร

ข้อแนะนำในการใช้สมุนไพร

  1. ศึกษารายละเอียดเกี่ยวกับสมุนไพรนั้นๆ ว่าเหมาะสมต่อการนำมาใช้หรือไม่ และรู้วิธีใช้ ขนาดที่เหมาะสมในการใช้ส่วนประกอบของสมุนไพรนั้นประกอบด้วยสมุนไพรอะไรบ้าง
  2. หมั่นสังเกตความผิดปกติที่อาจเกิดขึ้นระหว่างการใช้สมุนไพร
  3. ไม่ควรใช้สมุนไพรติดต่อกันเป็นเวลานานๆ
  4. หากเกิดอาการผิดปกติเกิดขึ้นในระหว่างการใช้สมุนไพร ควรหยุดใช้ และปรึกษาแพทย์
  5. หญิงมีครรภ์หรือให้นมบุตร และเด็กไม่ควรที่จะใช้สมุนไพรถ้าไม่จำเป็น

แบ่งปัน

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here