โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง โรคอันตรายที่รักษาให้หายขาดไม่ได้

โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง

โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงนั้นจัดเป็นโรคที่พบมากที่สุดในกลุ่มโรคเสื่อมของเซลล์ควบคุมกล้ามเนื้อ โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงนั้นมี 2 ชนิด คือ โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง เอ็มจี (MG) และโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง เอแอลเอส (ALS) ทั้งสองชนิดนี้จะมีอาการแตกต่างกัน และมีความรุนแรงของโรคแตกต่างกันด้วย ทั้งสองชนิดนี้จะมีอาการแตกต่างกันอย่างไร วันนี้ Pingfai นำข้อมูลของโรคนี้มาให้ทุกคนอ่านกันค่ะ

- พื้นที่โฆษณา -

โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง เอ็มจี (Myasthenia Gravis: MG)

เกิดจากการที่ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายทำงานผิดปกติ จะส่งผลให้กล้ามเนื้อที่ควบคุมการแสดงออกของใบหน้าผิดปกติ เช่น หนังตาตก ยิ้มได้นิดเดียว หายใจลำบาก มีปัญหาการพูด การเคี้ยวและกลืนอาหาร อาการจะเป็นๆหายๆ อาจเกิดขึ้นแค่บางกล้ามเนื้อหรืออาจเกิดขึ้นทุกกล้ามเนื้อทั่วตัวเลยก็ได้

สาเหตุของการเกิดโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง เอ็มจี

  • ในเด็กจะมีต่อมไทมัสขนาดใหญ่และจะค่อย ๆ เล็กลงเมื่อโตเป็นผู้ใหญ่ แต่ผู้ป่วยกล้ามเนื้ออ่อนแรงจะมีขนาดของต่อมไทมัสที่ใหญ่ผิดปกติซึ่งจะทำให้เกิดการสร้างแอนติบอดี้ต่อโปรตีนตัวรับสารแอซิติลโคลีนในปริมาณสูง จึงส่งผลต่อการหดตัวของกล้ามเนื้อตามมา
  • ในผู้ป่วยกล้ามเนื้ออ่อนแรง แอนติบอดี้จะไปทำลายหรือขัดขวางการทำงานของสารสื่อประสาทแอซิติลโคลีน โดยถูกส่งไปที่ตัวรับซึ่งอยู่ที่ปลายระบบประสาทบนกล้ามเนื้อแต่ละมัด ทำให้กล้ามเนื้อไม่สามารถหดตัวได้
  • กรรมพันธุ์ ผู้ป่วยบางรายมีคนในครอบครัวหรือญาติป่วยเป็นโรคนี้เช่นเดียวกัน
  • ระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายทำงานผิดปกติ

โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง

อาการของโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง เอ็มจี

  • หนังตาตก
  • มองเห็นภาพไม่ชัด หรือเห็นภาพซ้อน
  • ยิ้มได้น้อย ยิ้มปากกว้างๆไม่ได้
  • พูดไม่ชัด
  • หายใจลำบาก
  • เคี้ยวลำบาก กลืนลำบาก
  • ไอ สำลักอาหาร
  • การแสดงออกของสีหน้าเปลี่ยนแปลงไป
  • เกิดการอ่อนแรงที่กล้ามเนื้อส่วนอื่นๆ เช่น แขน มือ นิ้วมือ ขา หรือคอ

การรักษา

  • การให้ยาต้านฤทธิ์ของเอนไซม์โคลีนเอสเทอเรส ทำให้สารอะซิติลโคลีนไม่ถูกทำลาย และการที่มีสารนี้อยู่นานขึ้น ก็สามารถจับกับตัวรับได้มากขึ้น ช่วยให้ออกฤทธิ์ได้ดีขึ้น
  • การผ่าตัดต่อมไธมัส
  • การให้ยาในกลุ่มคอร์ติโคสเตียรอยด์ ช่วยให้อาการดีขึ้นหรืออาการหายขาดได้มากถึงร้อยละ 75 ของผู้ป่วยทั้งหมด
  • การให้ยากดภูมิคุ้มกัน
  • การรักษาทางกายภาพบำบัดในการป้องกันปัญหาข้อติดและช่วยฝึกการหายใจ
  • เปลี่ยนถ่ายพลาสม่า เพื่อการกำจัดแอนติบอดี้ที่จะไปขัดขวางการทำงานของกล้ามเนื้อออกจากร่างกาย

โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง เอแอลเอส (ALS)

หรือที่เรียกว่าโรคเซลล์ประสาทนำคำสั่งเสื่อม เป็นโรคที่เกิดจากการเสื่อมสลายของเซลล์ประสาทที่ควบคุมการทำงานของกล้ามเนื้อ หรือความผิดปกติของเซลล์ประสาทนำคำสั่ง จึงทำให้กล้ามเนื้อตามแขนและขาอ่อนแรงลง กลืนลำบาก พูดไม่ชัด โดยเซลล์เหล่านี้มีอยู่ในไขสันหลังและสมอง เมื่อเซลล์เสื่อมเซลล์จะค่อยๆตาย

สาเหตุของการเกิดโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง เอแอลเอส (ALS)

  • การทำงานของระบบภูมิคุ้มกันทำงานผิดปกติ
  • กลไกอนุมูลอิสระทำลายเซลล์ประสาทของตนเอง
  • กรรมพันธุ์ ผู้ป่วยบางรายมีคนในครอบครัวหรือญาติป่วยเป็นโรคนี้เช่นเดียวกัน
  • ปัจจัยทางสิ่งแวดล้อมที่มีการปนเปื้อนของสารพิษ เช่น ยาฆ่าแมลง สารโลหะหนัก รังสี
  • การติดเชื้อไวรัสบางชนิดที่กระตุ้นให้เซลล์ประสาทนำคำสั่งเกิดการทำงานผิดปกติ

โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง

อาการของโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง เอแอลเอส (ALS)

  • มีอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรง มักจะเริ่มมีอาการจากมือ แขน ขา หรือเท้าข้างใดข้างหนึ่ง
  • เดินแล้วสะดุด หรือล้มบ่อย
  • ยกแขนไม่ขึ้น
  • กำมือถือของไม่ได้
  • หยิบของเล็กๆไม่ได้
  • ลุกนั่งลำบาก
  • มีอาการกล้ามเนื้อลีบ หรือกล้ามเนื้อเต้น
  • แขนขาลีบ
  • กลืนอาหารลำบาก
  • พูดไม่ชัด ลิ้นแข็ง

หากปล่อยไว้นานไม่ได้รับการรักษาจะทำให้กระบังลมอ่อนแรง จนไม่สามารถทำกิจวัตรประจำวันได้ตามปกติ มีอาการเหนื่อยง่าย โดยเฉพาะเวลานอนราบ นอนไม่ได้ต้องตื่นกลางดึกตลอด เพราะมีอาการเหนื่อย หอบ หายใจลำบาก หากอาการหนักมากจะทำให้ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ ไม่สามารถกลืนอาหารและน้ำได้ ต้องให้อาหารทางสายยางผ่านจมูกหรือทางหน้าท้อง ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ เพราะระบบหายใจล้มเหลว และเกิดการติดเชื้อ อาจทำให้เสียชีวิตได้

การรักษา

ในปัจจุบันโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง เอแอลเอส (ALS) ยังไม่สามารถรักษาให้หายได้ ผู้ป่วยโรคนี้ส่วนใหญ่จะเสียชีวิตหลังจากมีอาการในระยะเวลา 2 ปี

  • รักษาตามอาการ
  • ทำกายภาพบำบัด ฝึกพูด ฝึกกลืน
  • ให้ยา ไรลูโซล (Riluzole) จะไปช่วยลดการทำลายเซลล์ประสาทในไขสันหลัง และสมองได้

แบ่งปัน

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here