วิธีรักษาอาการท้องเสียด้วยตนเองอย่างถูกวิธี

วิธีดูแลตนเองเมื่อท้องเสีย

อาการท้องเสียเป็นอาการที่คนเรามักเป็นอยู่บ่อยๆเนื่องจากการรับประทานอาหารหรือน้ำที่ไม่สะอาด หรือทานอาหารที่ไม่ถูกสุขอนามัย ท้องเสียสามารถเกิดได้ทุกฤดูโดยเฉพาะหน้าร้อนซึ่งเป็นช่วงที่เชื้อโรคจะเจริญเติบโตได้ดี หลายๆคนเมื่อท้องเสียก็จะทานยาหยุดถ่ายซึ่งเป็นวิธีที่ผิดทำให้ลำไส้ของเรายังมีเชื้อโรคอยู่ ควรถ่ายออกมาให้หมด แล้วเมื่อมีอาการท้องเสียเราควรทำอย่างไรวันนี้เรามีคำตอบค่ะ

- พื้นที่โฆษณา -

ชนิดของอาการท้องเสีย

  1. ท้องเสียชนิดเฉียบพลันวิธีดูแลตนเองเมื่อท้องเสีย

อาการท้องเสียชนิดเฉียบพลันจะเกิดขึ้นทันทีทันใด ซึ่งเกิดจากการรับประทานอาหารหรือน้ำที่ไม่สะอาด ทำให้ท้องเสียถ่ายเป็นน้ำบ่อยๆ และมีอาการปวดท้องร่วมด้วย อาจมีไข้ ตัวร้อน และอาเจียนได้ จะมีอาการประมาณ 1-2 วัน หรือไม่เกิน 1 สัปดาห์เท่านั้น

  1. ท้องเสียชนิดเรื้อรัง

อาการท้องเสียชนิดเรื้อรัง เกิดจากความแปรปรวนในระบบทางเดินอาหาร หรือลำไส้ ที่มีความไวต่อสิ่งเร้า ซึ่งเป็นลักษณะเฉพาะของแต่ละคน หรือคนที่ธาตุอ่อนก็จะมีอาการได้ง่าย


วิธีดูแลตนเองเมื่อท้องเสีย

  1. สำหรับคนท้องเสียชนิดเฉียบพลัน
  • หยุดรับประทานอาหาร 2 ถึง 4 ชั่วโมง เพื่อให้ลำไส้หยุดการทำงาน
  • ควรดื่มผงเกลือแร่ (ORS) เพื่อป้องกันร่างกายขาดน้ำ ควรจิบครั้งละน้อย ๆ จนหมด 1 แก้ว แต่ไม่ควรกินเกลือแร่สำหรับออกกำลังกายแทนผงเกลือแร่ (ORS) เด็ดขาด เพราะอาจเกิดอันตรายขึ้นได้
  • ควรทานอาหารที่ย่อยง่าย เช่น โจ๊ก ข้าวต้ม หรือน้ำซุป เป็นต้น
  • ดื่มน้ำมะพร้าว เพราะน้ำมะพร้าวจะมีเกลือแร่ที่จำเป็นต่อร่างกายในปริมาณสูง จึงสามารถลดอาการอ่อนเพลียจากการสูญเสียน้ำได้ และมีคุณสมบัติในการขับสารพิษออกจากร่างกาย
  • ทานโยเกิร์ตที่มีโปรไบโอติก จะสามารถช่วยบรรเทาอาการท้องร่วงบางชนิดและทำให้หายเร็วขึ้นได้
  • ไม่ควรทาน ผัก ผลไม้ นม น้ำผลไม้ อาหารที่มีกากใยสูง หรืออาหารที่มีรสจัด

วิธีดูแลตนเองเมื่อท้องเสีย

  1. สำหรับคนท้องเสียเรื้อรัง
  • ควรรับประทานอาหารที่มีกากใยสูง ประเภทผัก ผลไม้ ข้าวกล้อง หรือธัญพืชต่าง ๆ เพราะใยอาหารจะช่วยให้ลำไส้ทำงานเป็นปกติ เพิ่มเนื้ออุจจาระส่งผลให้ถ่ายท้องน้อยลง
  • ควรกินอาหารไขมันต่ำ เพราะย่อยง่ายและทำให้การหดรัดตัวของลำไส้ใหญ่ลดลง
  • ดื่มน้ำมะพร้าว สามารถลดอาการอ่อนเพลียจากการสูญเสียน้ำได้
  • ไม่ควรทานอาหารประเภทไขมันสูง ผัดหรือทอด อาหารรสเปรี้ยว รสเผ็ดอาหารใส่น้ำส้มสายชู กะทิ นมสด ชา กาแฟ หรืออาหารที่ไวต่อระบบขับถ่าย
  • เครื่องดื่มแอลกอฮอล์หรือคาเฟอีน

ถ้ามีอาการต่อไปนี้ควรไปพบแพทย์

  • ท้องเสียนานกว่า 3 วัน
  • อุจจาระมีเลือดปน มีสีดำ หรือมีน้ำมันปน
  • อาการปวดท้องมากและไม่ดีขึ้นเมื่อได้ถ่ายอุจจาระ
  • อาการขาดน้ำ เช่น เวียนศีรษะ อ่อนเพลีย หรือตะคริว
  • มีไข้ร่วมกับท้องเสีย โดยไข้สูงกว่า 38 องศา
  • หากเกิดในเด็กแรกเกิดอายุน้อยกว่า 3 เดือน ควรไปพบแพทย์ทันทีที่มีอาการ
  • เด็กอายุเกิน 3 เดือนที่มีอาการอาเจียนนานกว่า 12 ชั่วโมง

 

แบ่งปัน

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here