ความเชื่อเกี่ยวกับโรคเบาหวานที่จริงแล้วผิดหรือถูก

ความเชื่อผิดๆเกี่ยวกับโรคเบาหวาน

โรคเบาหวานเป็นโรคยอดฮิตอีกโรคหนึ่งของคนไทย ส่วนใหญ่โรคเบาหวานจะเกิดจาก กรรมพันธุ์ พฤติกรรมในการทานอาหาร เช่น ทานอาหารที่มีแป้งและไขมันมาก และเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลปริมาณมาก ไม่ออกกำลังกาย หรือตับอ่อนทำงานผิดปกติ ทำให้มีผลต่อการหลั่งอินซูลินที่ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ซึ่งโรคเบาหวานนี้ก็มีความเชื่อที่ผิดอยู่หลายประการ จะมีความเชื่ออะไรบ้างมีแบบที่เราคิดหรือไม่ไปอ่านกันเลยค่ะ

เวย์โปรตีนลดราคา

ความเชื่อผิดๆเกี่ยวกับโรคเบาหวาน

ความเชื่อผิดๆเกี่ยวกับโรคเบาหวาน

  1. ทานอาหารที่มีรสหวานมากจะทำให้เป็นเบาหวาน

กานทานอาหารรสหวานจัด หรือมีน้ำตาลมากก็ไม่ได้แปลว่าจะเป็นโรคเบาหวานเสมอไป หากมีการออกกำลังกายด้วย โรคเบาหวานอาจเกิดจากกรรมพันธุ์ หรือการทำงานที่ผิดปกติของตับอ่อนทำให้ไม่สามารถผลิตอินซูลินออกมาเพียงพอต่อความต้องการของร่างกายก็อาจทำให้เกิดเบาหวานได้ นอกจากนี้การทานอาหารที่มีไขมันมากก็เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคเบาหวานได้ เพราะไขมันอิ่มตัวนั้นมีผลต่อการออกฤทธิ์ของอินซูลิน ทำให้การควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดทำงานได้ไม่ดีเท่าที่ควรความเชื่อผิดๆเกี่ยวกับโรคเบาหวาน

  1. น้ำตาลและแป้งเท่านั้นที่ทำให้เป็นเบาหวาน

นอกจากแป้งและน้ำตาล จะเป็นสาเหตุหลักที่ก่อให้เกิดโรคเบาหวานแล้ว สัตว์เนื้อแดงที่มีไขมันมาก และ อาหารแปรรูป เช่น ไส้กรอก เบคอน แฮม ก็เป็นอีกสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคเบาหวานได้ เนื่องจากไขมันอิ่มตัวจะไปยับยั้งอินซูลินให้ออกฤทธิ์ได้น้อยลง ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดไม่ลด ตับอ่อนจึงต้องผลิตอินซูลินออกมาเพิ่มมากกว่าปกติ ทำให้ตับอ่อนต้องทำงานหนักเกินไปและเสื่อมสภาพลงเรื่อยๆ จนไม่สามารถผลิตอินซูลินได้ดีเท่าตอนที่ยังทำงานปกติ จึงทำให้เกิดโรคเบาหวานโรคเบาหวาน

  1. หากคนในครอบครัวไม่เป็นโรคเบาหวาน เราก็จะไม่เป็น

แม้ว่าคนในครอบครัวไม่มีใครเป็นโรคเบาหวาน แต่เราก็สามารถเป็นได้หากใช้พฤติกรรมไม่เหมาะสม เช่น ทานอาหารที่มีน้ำตาลและไขมันสูงเป็นประจำ นอนน้อย ไม่ออกกำลังกาย มีความเครียดสะสมมาก ซึ่งพันธุกรรมเป็นหนึ่งในหลายปัจจัยที่ทำให้เกิดโรคเบาหวานประเภทที่ 2 แต่ก็ยังมีปัจจัยอื่นอีกที่สามารถทำให้เกิดโรคเบาหวานได้ความเชื่อผิดๆเกี่ยวกับโรคเบาหวาน

  1. ผู้สูงอายุเท่านั้นที่จะเป็นเบาหวาน

โรคเบาหวานสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกช่วงอายุ ไม่ได้เป็นเฉพาะผู้สูงอายุเท่านั้น ซึ่งเบาหวานนั้นมี 2 ประเภท คือ เบาหวานประเภทที่ 1 ส่วนใหญ่มักเกิดในเด็ก หรือคนอายุน้อย ส่วนเบาหวานประเภทที่ 2 ส่วนใหญ่มักเกิดในคนอายุ 45 ปีขึ้นไป แต่ปัจจุบันก็เริ่มที่จะพบคนอายุน้อยเป็นโรคเบาหวานประเภทที่ 2 ด้วยความเชื่อผิดๆเกี่ยวกับโรคเบาหวาน

  1. เบาหวานเป็นโรคสำหรับคนอ้วน

โรคเบาหวานสามารถเกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น พันธุกรรม รับประทานอาหารมีไขมันสูง น้ำตาลสูง ไม่ออกกำลังกาย มีความเครียด นอนพักผ่อนไม่เพียงพอ เป็นต้น เพราะฉะนั้นไม่ว่าจะมีรูปร่างอ้วน หรือผอมก็สามารถเกิดโรคเบาหวานได้เช่นกันความเชื่อผิดๆเกี่ยวกับโรคเบาหวาน

  1. น้ำตาลจากผลไม้ปลอดภัย ทานได้

นอกจากขนมหวานแล้วผลไม้ที่มีรสหวานก็เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้น้ำตาลในเลือดสูงขึ้นกว่าเดิม เนื่องจากในผลไม้มีน้ำตาลฟรักโทส เมื่อทานเข้าไปจะแปรเปลี่ยนเป็นน้ำตาลกลูโคส และทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้น นอกจากจะควบคุมการทานขนมหวานแล้ว ควรระวังการทานผลไม้ด้วยนะคะ ผลไม้มีรสหวานที่ไม่ควรทาน ได้แก่ ทุเรียน มะม่วงสุก องุ่น ขนุน กล้วย ลำไย ผลไม้อบแห้ง ตากแห้ง หรือแปรรูปต่างๆ ส่วนผลไม้ที่ทานได้ ได้แก่ แก้วมังกร ชมพู่ แอปเปิ้ล แคนตาลูป ฝรั่ง สาลี่ เป็นต้นความเชื่อผิดๆเกี่ยวกับโรคเบาหวาน

  1. คนที่เป็นเบาหวานจะรู้ตัวหากมีน้ำตาลในเลือดต่ำ

บางคนอาจไม่มีอาการเมื่อมีภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ หรือแต่ละคนก็มีอาการที่แตกต่างกันออกไป เช่น วิงเวียนศีรษะ ใจสั่น หัวใจเต้นแรง อ่อนเพลีย ปากแห้ง ตัวเย็น เหงื่อออก เป็นต้น แนะนำให้ตรวจระดับน้ำตาลในเลือดเป็นประจำ หรือตรวจเมื่อมีอาการหรือสงสัยว่ามีน้ำตาลในเลือดต่ำความเชื่อผิดๆเกี่ยวกับโรคเบาหวาน

  1. โรคเบาหวานไม่ใช่โรคน่ากลัว

เป็นความคิดที่ผิดมาก เบาหวานเมื่อเป็นแล้วไม่สามารถรักษาให้หายได้ และสามารถเกิดอาการแทรกซ้อนได้ นอกจากนี้เบาหวานเป็นสาเหตุของการเสียชีวิตของคนไทยปีละประมาณ 20,000 คน เนื่องจากเกิดอาการแทรกซ้อน เช่น ตาบอด ผิวหนังอักเสบติดเชื้อ เซลล์ประสาทถูกทำลาย ความดันโลหิตสูง โรคหลอดเลือดหัวใจ และมีโอกาสเกิดหัวใจวาย หรือกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลันสูงมากความเชื่อผิดๆเกี่ยวกับโรคเบาหวาน

  1. ห้ามทานอาหารที่มีรสหวาน

หากมีการรับประทานอาหารในสัดส่วนที่เหมาะสม ร่วมกับการออกกำลังกาย การรับประทานผลไม้ หรือขนมหวานก็ยังสามารถรับประทานได้แต่ไม่ควรมากเกินไปความเชื่อผิดๆเกี่ยวกับโรคเบาหวาน

10. ห้ามบริจาคเลือด

เป็นโรคเบาหวานสามารถบริจาคเลือดได้ ถ้ามีการควบคุมระดับน้ำตาลให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ และไม่มีภาวะแทรกซ้อนของเบาหวาน แต่ต้องขึ้นอยู่กับการพิจารณาของเจ้าหน้าที่ผู้รับบริจาคโลหิตอีกครั้ง

 

 

แบ่งปัน

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here