อาการที่เกิดจากการใช้ผ้าอนามัย และวิธีใช้ผ้าอนามัยที่ถูกต้อง

อาการที่เกิดจากการใช้ผ้าอนามัย

ประจำเดือนเป็นสิ่งที่ผู้หญิงทุกคนเลี่ยงไม่ได้ ดังนั้นผ้าอนามัยจึงเป็นเพื่อนคู่ใจในช่วงที่มีประจำเดือนเลยก็ว่าได้ ดังนั้นการใช้ผ้าอนามัยอย่างถูกวิธีจึงเป็นเรื่องสำคัญที่เราควรใส่ใจ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหากับจุดซ้อนเร้นของเรา ซึ่งแน่นอนว่าผู้หญิงทุกคนต้องรู้วิธีการใช้ผ้าอนามัยอยู่แล้วแต่อาจจะละเลยเรื่องเล็กๆน้อยๆ เช่น ไม่เปลี่ยนผ้าอนามัย ทำให้เกิดการอับชื้นและเกิดเชื้อโรคและแบคทีเรียได้ ดังนั้นวันนี้ Pingfai เลยนำอาการที่เกิดจากการใช้ผ้าอนามัยนานๆ และวิธีการใช้ผ้าอนามัยที่ถูกต้องมาฝากสาวๆค่ะ

- พื้นที่โฆษณา -

อาการที่เกิดจากการใช้ผ้าอนามัย

  1. อาการคัน เมื่อใส่ผ้าอนามัยเป็นเวลานานจะเกิดการสะสมของแบคทีเรีย เมื่อแบคทีเรียที่อยู่ในผ้าอนามัยเพิ่มจำนวนมากขึ้น จะส่งผลให้เกิดการระคายเคืองผิวบริเวณจุดซ้อนเร้น และทำให้เกิดผื่นคันบริเวณอวัยวะเพศ หรือขาหนีบได้
  2. เชื้อราในช่องคลอด เกิดจากความอับชื้นเมื่อใส่ผ้าอนามัยนานเกินไป ทำให้เกิดเชื้อราและเมื่อเชื้อราเข้าสู่ช่องคลอดทำให้เกิดเป็นเชื้อราในช่องคลอดทำให้มีอาการคันภายในช่องคลอดตามมา
  3. ติดเชื้อแบคทีเรียในช่องคลอดและทางเดินปัสสาวะ เมื่อมีการสะสมของแบคทีเรียนานๆจะทำให้ช่องคลอดเกิดการติดเชื้อได้ง่าย ทำให้ช่องคลอดอักเสบ และอาจทำให้เป็นกระเพาะปัสสาวะอักเสบหรือกรวยไตอักเสบได้ด้วย
  4. มีกลิ่นไม่พึงประสงค์ เชื้อแบคทีเรียจากผ้าอนามัยเมื่อสัมผัสกับอากาศจะทำให้เกิดกลิ่นอันไม่พึงประสงค์ ทำให้เสียความมั่นใจได้

อาการที่เกิดจากการใช้ผ้าอนามัย

วิธีใช้ผ้าอนามัยที่ถูกต้อง

  1. เปลี่ยนผ้าอนามัยทุก 3 ชั่วโมง ไม่ควรใส่ผ้าอนามัยแผ่นเดิมนานเกินไป เพราะจะทำให้เกิดการสะสมแบคทีเรียและอับชื้นทำให้ส่งผลเสียต่อช่องคลอดเราได้ ควรเปลี่ยนผ้าอนามัยบ่อยๆทุกๆ 3-4 ชั่วโมง หรือถ้าประจำเดือนมามากควรเปลี่ยนให้บ่อยขึ้น
  2. ห่อผ้าอนามัยที่ใช้แล้วก่อนทิ้งเสมอ ผ้าอนามัยที่ใช้แล้วเป็นแหล่งเพาะเชื้อโรคชั้นดี ทำให้เชื้อโรคแพร่กระจายได้ง่ายก่อนจะทิ้งทุกครั้งควรห่อผ้าอนามัยให้มิดชิดก่อนแล้วทิ้งในถังขยะให้เรียบร้อย ไม่ควรทิ้งโดยไม่ห่อและไม่ควรทิ้งลงในชักโครก
  3. เลือกผ้าอนามัยให้เหมาะกับตัวเอง ประจำเดือนแต่ละคนมามากน้อยไม่เท่ากัน ดังนั้นควรเลือกใส่ผ้าอนามัยให้เหมาะ เช่น เลือกผ้าอนามัยแบบซึมซับได้ดีหากมีประจำเดือนมาก เลือกผ้าอนามัยแบบบางหากมีประจำเดือนน้อย หรือเลือกผ้าอนามัยแบบอ่อนโยนหากเป็นคนที่เกิดผดผื่นง่าย เป็นต้น
  4. อย่าละเลยผดผื่น การเกิดผดผื่นนอกจากจะเกิดจากการอับชื้นแล้วยังอาจเกิดจากการแพ้ผ้าอนามัยก็ได้ ควรสังเกตตัวเองว่าเราเกิดผดผื่นเพราะอะไร แนะนำให้เปลี่ยนผ้าอนามัยบ่อยๆหากยังไม่หายควรเปลี่ยนยี่ห้อผ้าอนามัยที่ใช้ และใช้ยาทาแก้ผดผื่นคันร่วมด้วยอาการที่เกิดจากการใช้ผ้าอนามัย
  5. อย่าเก็บผ้าอนามัยไว้ในที่ชื้น ผ้าอนามัยที่แกะห่อแล้วไม่ควรเก็บไว้ในที่ชื้น เพราะจะทำให้แบคทีเรียเติบโตได้ดี เมื่อนำมาใช้จะทำให้ช่องคลอดติดเชื้อได้ง่าย
  6. หลีกเลี่ยงผ้าอนามัยแบบซึมซับได้มาก ผ้าอนามัยแบบซึมซับได้มาก ทำให้ไม่ต้องเปลี่ยนผ้าอนามัยบ่อยๆ ซึ่งจะทำให้เกิดการอับชื้นและเกิดการติดเชื้อในช่องคลอดได้ง่าย ดังนั้นถึงแม้จะใส่ผ้าอนามัยแบบซึมซับได้มากก็ควรเปลี่ยนผ้าอนามัยบ่อยๆ หรือเปลี่ยนมาใช้ผ้าอนามัยแบบบางดีกว่าค่ะ
  7. พกผ้าอนามัยติดตัวเสมอ ไม่ว่าจะมีประจำเดือนหรือไม่ก็ควรพกผ้าอนามัยไว้เพื่อฉุกเฉิน และเพื่อให้เพียงพอต่อการใช้งานในแต่ละวัน
  8. ดูวันหมดอายุ ผ้าอนามัยก็มีวันหมดอายุเช่นกัน ใครที่ชอบซื้อผ้าอนามัยมาตุนไว้เยอะๆอาจทำให้ผ้าอนามัยหมดอายุก่อนนำมาใช้งานได้ ผ้าอนามัยที่หมดอายุหรือใกล้หมดอายุแล้วอาจทำให้ส่งผลเสียต่อจุดซ้อนเร้นได้ ดังนั้นก่อนจะซื้อผ้าอนามัยหรือก่อนจะนำผ้าอนามัยมาใช้ควรสังเกตวันหมดอายุให้ดีก่อนนะคะ

 

ส่วนเรื่องที่มีความเชื่อว่าการใส่ผ้าอนามัยนานๆโดยไม่เปลี่ยนนั้นจะทำให้เกิดมะเร็งปากมดลูกนั้น ยังไม่มีการยืนยันว่าเป็นเรื่องจริง เพราะมะเร็งปากมดลูกนั้นไม่ได้เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย แต่เกิดจากเชื้อไวรัส HPV ซึ่งเป็นเชื้อไวรัสที่ติดต่อกันทางเพศสัมพันธ์เท่านั้น และสามารถติดต่อกันได้ทั้งผู้ชายและผู้หญิง จึงไม่เกี่ยวกับการใส่ผ้าอนามัยนานเกินไปค่ะ

 

แบ่งปัน

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here