วิธีดูแลปอด ให้ปอดแข็งแรงมีสุขภาพที่ดี

วิธีดูแลปอด

ปอด เป็นอวัยวะที่มีความสำคัญต่อร่างกายมาก ปอดมีหน้าที่หลักในการแลกเปลี่ยนก๊าซออกซิเจนจากอากาศเข้าสู่ระบบเลือดในร่างกาย และแลกเปลี่ยนเอาก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ออกจากระบบเลือดสู่อากาศ ปอดเป็นอวัยวะที่ทำงานหนักทำงานตลอดทั้งวันไม่ได้พักตอนเราหลับเหมือนกับอวัยวะอื่นๆ ดังนั้นควรทานอาหารบำรุงปอดและควรหลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่ทำลายปอด วันนี้ Pingfai ได้นำวิธีการปฏิบัติตนให้ปอดแข็งแรงมาฝากทุกคนกันค่ะ

- พื้นที่โฆษณา -

วิธีปฏิบัติตนให้ปอดแข็งแรง

วิธีดูแลปอด

  1. หลีกเลี่ยงการสูดดมควัน

ไม่ว่าจะเป็นควันบุหรี่ ควันรถ ควันจากการเผาไหม้ และควันอื่นๆทุกชนิดเราควรหลีกเลี่ยงการสูดดม โดยเฉพาะควันบุหรี่เพราะผู้ที่สูดดมควันบุหรี่มีความเสี่ยงที่จะได้รับอันตรายมากกว่าผู้สูบเสียอีก เพราะในบุหรี่ยังมีก้นกรองสารต่างๆ แต่ควันที่ปล่อยออกมาคือควันพิษล้วนๆ ทำให้เสียส่งผลกระทบต่อปอดเต็มๆ

  1. หยุดสูบบุหรี่

การสูบบุหรี่จะทำให้ปอดอ่อนแอจากการได้รับสารเคมีอันตราย เช่น นิโคติน เมื่อเข้าสู่ร่างกายจะไปทำลายปอดผ่านการรับควันติดต่อกันเป็นเวลานาน อีกทั้งการสูบบุหรี่ก็ยังทำให้น้ำมันดินไปเคลือบปอด ทำให้เกิดอันตรายร้ายแรงต่อสุขภาพปอดอีกด้วยออกกำลังกาย

  1. ออกกำลังกายเป็นประจำ

การออกกำลังกายจะทำให้ระบบทางเดินหายใจแข็งแรงและทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในขณะออกกำลังกายจะมีการแลกเปลี่ยนออกซิเจนและคาร์บอนไดออกไซด์เต็มที่ซึ่งเป็นการบริหารปอดอย่างหนึ่ง เมื่อระบบทางเดินหายใจแข็งแรง จะส่งผลให้ปอดไม่ต้องทำงานหนักเกินความจำเป็น และไม่เกิดอาการเหนื่อยง่ายอีกด้วย

  1. ฝึกหายใจเข้า-ออกลึกๆ

วิธีการหายใจลึกๆ ให้นอนหงายราบ แล้วใช้หมอนไว้ใต้เข่าและคอเพื่อให้สบายตัว จากนั้นคว่ำฝ่ามือทั้งสองข้างลงบนท้อง ด้านขวาใต้ซี่โครง และทำนิ้วให้ติดกัน จากนั้นหายใจเข้า-ออกลึกๆ ช้าๆด้วยการขยายหน้าท้อง เมื่อหายใจเข้า-ออกลึกๆก็จะรู้สึกว่านิ้วแยกกัน การฝึกแบบนี้จะทำให้ใช้กะบังลมไม่ใช่ซี่โครง ซึ่งกะบังลมนั้นจะดึงอากาศเข้าสู่ปอดให้มากขึ้นมากกว่าที่จะเป็นการขยายซี่โครง

  1. ปกป้องตัวเองจากมลภาวะ

ควรใส่หน้ากากอนามัยเมื่ออยู่ในพื้นที่ที่มีมลภาวะทางอากาศในระดับสูง ถ้าจะให้ดีควรเลือกหน้ากากอนามัยที่มีคาร์บอนหรือถ่านเพื่อป้องกันจากการหายใจที่มีสารก่อภูมิแพ้ มลพิษ ควัน โดยเฉพาะในช่วงที่เราไม่สบายร่างกายจะมีภูมิคุ้มกันที่อ่อนแอลงยิ่งควรใส่หน้ากากอนามัยทุกครั้งที่ออกจากบ้านนะคะ นอกจากนี้อาจจะใช้ตัวช่วยเป็นเครื่องกรองอากาศในบ้าน ก็จะช่วยป้องกันมลพิษในบ้านได้ด้วยวิธีดูแลปอด

  1. ทานผักและผลไม้ให้มากขึ้น

ควรพยายามเพิ่มสัดส่วนของผักและผลไม้ในมื้ออาหารของแต่ละวันให้มากขึ้น โดยเฉพาะผักและผลไม้ที่มีสีส้มและเหลือง ซึ่งผักและผลไม้ที่มีสารต้านอนุมูลอิสระจะช่วยลดความเสี่ยงที่ทำให้เกิดโรคปอด โดยเฉพาะหอบหืด หลอดลมอักเสบ และมะเร็ง ผักผลไม้ที่แนะนำ คือ ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ แอปเปิล ลูกพลัม ส้ม ฟักทอง แครอท และพริกหวานอผักใบเขียว เช่น บล็อกโคลี่ กะหล่ำดอก กวางตุ้ง เป็นต้น

  1. ป้องกันสารเคมีจากการทำงาน

ผู้ที่มีอาชีพอย่างช่างก่อสร้างหรือช่างทำผมที่ต้องสูดดมฝุ่นละอองและสารเคมีตลอดเวลา ควรสวมถุงมือหรือหน้ากากระหว่างทำงานทุกครั้ง

  1. การฉีดวัคซีนก็สำคัญ

การฉีดวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อในทางเดินหายใจ เช่น ไข้หวัดใหญ่ เป็นสิ่งจำเป็นโดยเฉพาะผู้ที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไป เนื่องจากการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจอันตรายมากเป็นพิเศษกับผู้ที่มีภาวะปอดอุดกั้นเรื้อรังหรือโรคปอดอื่นๆวิธีดูแลปอด

  1. เปลี่ยนไปกินอาหารแบบออร์แกนิค

มีผลการวิจัยพบว่าสารกันบูดและวัตถุเจือปนอาหารที่ถูกพบในอาหารที่ไม่ใช่ออร์แกนิค จะทำให้เกิดอาการหอบหืด มะเร็งปอด ถุงลมโป่งพอง หลอดลมอักเสบเรื้อรัง และโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังได้

10. จำกัดเนื้อสัตว์

ก่อนจะทานเนื้อสัตว์ต้องมั่นใจว่าเนื้อนั้นไม่ฉีดฮอร์โมนและยาปฏิชีวนะ รวมถึงเนื้อสัตว์ปีกที่ไม่ได้เลี้ยงด้วยฮอร์โมนหรือยาปฏิชีวนะ ส่วนเนื้อสัตว์ที่ควรทาน ได้แก่ สัตว์ปีก เช่น ไก่และไก่งวง และปลา เช่น แซลมอน แมคคาเรล เทราต์ แฮร์ริ่ง และซาร์ดีน เพราะปลาที่มีไขมันจากกรดโอเมก้า 3 จะช่วยเสริมสุขภาพปอด

11. ไอออกมา

เป็นวิธีธรรมชาติที่ดี การยอมไอออกมา เป็นวิธีที่ปอดกำจัดเมือก ซึ่งมีสารก่อภูมิแพ้หรือการติดเชื้อภายใน แต่การใช้ยากดอาการไอไว้ จะทำให้เมือกที่มีเชื้อและสารก่อภูมิแพ้นั้นยังคงอยู่ในปอดกินน้ำ

12. ดื่มน้ำเยอะๆ

การดื่มน้ำมากจะทำให้ปอดมีความชุ่มชื่นและไม่มีเมือก และยังทำให้เลือดไหลเวียนได้ง่าย การดื่มน้ำที่เพียงพอนั้นจะทำให้เมือกเบาบางลง ซึ่งจะช่วยป้องกันการสร้างเมือกในปอดและทางเดินหายใจที่มากเกินไป ปริมาณน้ำที่ควรดื่มอยู่ที่ 6-8 แล้วต่อวันวิธีดูแลปอด

13. สังเกตอาการผิดปกติ

ควรสังเกตอาการผิดปกติกับร่างกาย เช่น หายใจมีเสียง หายใจไม่สะดวก ไอเรื้อรัง ไอมีเสมหะ ไอเป็นเลือด เจ็บหน้าอกโดยเฉพาะเวลาหายใจหรือไอ หากมีอาการเหล่านี้นานกว่าหนึ่งเดือนโดยไม่ทราบสาเหตุควรปรึกษาแพทย์ทันที

แบ่งปัน

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here