วิตามินดี (Vitamin D) ประโยชน์ของวิตามินดี

วิตามินดี

วิตามินดี (Vitamin D) เป็นวิตามินที่สามารถละลายได้ในไขมันเท่านั้น  ไม่สามารถถูกผลิตขึ้นมาเองจากในร่างกายได้ แต่จะได้รับจากการทานอาหารเข้าไป หรือสามารถได้รับจากการโดนแสงแดด เมื่อร่างกายได้รับวิตามินจะถูกนำไปเก็บไว้ในชั้นเนื้อเยื่อไขมัน ซึ่งวิตามินดีมีหน้าที่ในการเสริมสร้างแคลเซียมในกระดูก และฟัน กระตุ้นการทำงานของเนื้อเยื่อต่างๆ ภายในร่างกาย และช่วยเสริมการทำงานของกล้ามเนื้อ  หัวใจ ปอด และสมอง วิตามินดีเป็นวิตามินที่มีประโยชน์ต่อร่างกายมากแต่ผู้คนส่วนใหญ่มักจะไม่ให้ความสำคัญกับวิตามินดี

- พื้นที่โฆษณา -

อาหารที่มีวิตามินดี ได้แก่ ปลาแซลมอน ปลาทูน่า ปลาทู ปลาซาร์ดีน น้ำมันตับปลา ไข่ นม เนย เนื้อวัว ชีส และเห็ด

รูปแบบของวิตามินดีมีประมาณ 10 ประเภทหรือมากกว่านั้น แต่จะมีอยู่เพียง 2 ประเภท ที่เกี่ยวข้องกับทางโภชนาการดังต่อไปนี้

  1. วิตามินดี 2 สามารถพบได้ใน พืช รา ยีสต์ เป็นต้น วิตามินดีชนิดนี้มีสารตั้งต้นมาจากสารเออร์โกสเตอรอลที่สัมผัสกับแสงอัลตราไวโอเลต
  2. วิตามินดี 3 สามารถพบได้ใน น้ำมันตับปลา ไข่แดง และการสังเคราะห์แสงแดดที่ผิวหนัง วิตามินชนิดนี้เกิดจากผิวหนังเมื่อถูกแสงอัลตราไวโอเลต จากแสงแดดหรือจากเครื่องมือ จะปลี่ยนเป็นสารคอลีแคลซิเฟอรอล หรือวิตามินดี3 ได้โดยในการเปลี่ยนจะเกิดจากคอเลสเตอรอลที่ผนังของลำไส้เล็กแล้วส่งผ่านไปยังผิวหนังวิตามินดี

ประโยชน์ของวิตามินดี

  1. บำรุงกระดูกและฟัน ช่วยให้การดูดซึมแคลเซียมและฟอสฟอรัสจากลำไส้ทำงานได้ดีขึ้น ช่วยปกป้องกระดูกจากการเป็นโรคกระดูกผุ และช่วยลดความเสี่ยงต่อการแตกหักของกระดูก ช่วยเสริมสร้างกระดูกและฟันในเด็ก และช่วยให้ร่างกายดูดซึมแคลเซียมได้ดีกว่าการขาดวิตามินดี
  2. ช่วยรักษาระดับความดันเลือด วิตามินดีช่วยให้การทำงานของหลอดเลือดเป็นไปอย่างปกติ ช่วยลดความเสี่ยงโรคความดันสูง และช่วยรักษาระดับความดันในเลือด
  3. ช่วยให้อายุยืนยาว วิตามินดีสามารถช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคต่างๆที่เป็นสาเหตุของการเสียชีวิต เช่น โรคมะเร็ง โรคภูมิต้านทานเนื้อเยื่อตัวเอง และโรคหลอดเลือดหัวใจตีบวิตามินดี
  4. ช่วยลดริ้วรอย วิตามินดีปัจจัยสำคัญในการสร้างผิวหนังและกล้ามเนื้อให้มีความแข็งแรง ไม่หย่อนยาน ช่วยให้ผิวหนังไม่แก่กว่าวัย
  5. บำรุงหัวใจ ผู้ที่มีระดับวิตามินดีต่ำมีความเสี่ยงที่จะเกิดการตีบของหลอดเลือดเพิ่มขึ้นถึง 80% โดย อาจมาจากว่าวิตามินดีช่วยลดการอักเสบของเซลล์ และช่วยลดระดับความดันโลหิต
  6. ช่วยลดความเสี่ยงต่อโรคซึมเศร้า วิตามินดีช่วยกระตุ้นการผลิตฮอร์โมนเซโรโทนิน ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่ช่วยทำให้รู้สึกดี เนื่องจากการขาดเซโรโทนิน จะส่งผลให้เกิดความเครียด วิตามินดีจึงช่วยลดความเสี่ยงต่อโรคซึมเศร้า ลดความวิตกกังวล และความเครียดได้
  7. ช่วยป้องกันโรคมะเร็ง วิตามินดีทำให้เซลล์ในร่างกายแข็งแรง ช่วยป้องกันการเปลี่ยนแปลงเซลล์เป็นมะเร็ง นอกจากนี้ผู้ที่เป็นมะเร็งวิตามินดีจะช่วยลดความเสี่ยงในการเสียชีวิตจากโรคมะเร็งได้อีกด้วย
  8. ช่วยลดอาการปวดหัวจากไมเกรน วิตามินดีช่วยให้ระบบหมุนเวียนเลือดทำงานได้ดี เมื่อเกิดไมเกรนจะส่งผลให้หลอดเลือดเกร็งตัว ซึ่งวิตามินดีจะทำให้หลอดเลือดคลายตัวให้เป็นปกติจึงช่วยบรรเทาอาการปวดหัวจากโรคไมเกรนได้
  9. เพิ่มภูมิคุ้มกันให้แก่ร่างกาย ผู้ที่ได้รับวิตามินดีเพียงพอต่อร่างกายจะช่วยกระตุ้นเม็ดเลือดขาวให้กำจัดเชื้อโรคออกจากร่างกายได้ดี ส่งผลให้มีร่างกายแข็งแรงมากกว่าผู้ที่ร่างกายขาดวิตามินดี
  10. ช่วยลดความเสี่ยงของโรคพาร์กินสัน วิตามินดีจะเป็นตัวปรับแคลเซียมในสมอง เพิ่มประสิทธิภาพของการส่งต่อข้อมูลต่างๆ ในระบบประสาทและสมอง ซึ่งเป็นโรคโรคพาร์กินสันเป็นโรคทางระบบประสาท

ผลเสียจากการขาดวิตามินดี

  • โรคกระดูกพรุน
  • โรคกระดูกอ่อน เป็นภาวะที่กระดูกอ่อนตัวและอ่อนแอในเด็ก
  • โรคเบาหวาน
  • ความดันโลหิตสูง
  • โรคหอบหืด
  • ความจำเสื่อมวิตามินดี
  • ภาวะซึมเศร้า
  • โรคภูมิต้านทานบางอย่างผิดปกติ

อันตรายจากการได้รับวิตามินดีมากเกินไป

  • ท้องผูกหรือท้องเสียเรื้อรัง
  • เบื่ออาหาร น้ำหนักตัวลดลง
  • คลื่นไส้ อาเจียน อ่อนเพลีย
  • หัวใจเต้นผิดปกติ
  • แคลเซียมในเลือดสูง
  • ปัสสาวะมากกว่าปกติ ทั้งกลางวันและกลางคืน
  • หิวน้ำตลอดเวลา

 

แบ่งปัน

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here