โปรไบโอติกส์ (Probiotics) จุลินทรีย์ดีลำไส้แข็งแรง

โปรไบโอติกส์

เรามักจะเคยได้ยินคำว่า “โปรไบโอติกส์” อยู่บ่อยๆที่จำง่ายคือโฆษณานมเปรี้ยวและโยเกิร์ต ที่ทางผลิตภัณฑ์เขาบอกว่ามีส่วนประกอบของโปรไบโอติกส์ เอ๊ะ!แล้วโปรไบโอติกส์คืออะไรล่ะ มีประโยชน์และความสำคัญอย่างไรต่อร่างกาย ใครที่ยังไม่รู้มาทางนี้เลยค่ะ Pingfai จะบอกให้

โปรไบโอติกส์ (Probiotics) เป็นจุลินทรีย์ดีที่มีชีวิต ส่วนใหญ่จะอยู่ในลำไส้ของเราและอาหารบางชนิด เช่น โยเกิร์ต นมเปรี้ยว น้ำผลไม้ ชีสที่ผ่านการบ่ม เต้าเจี้ยวญี่ปุ่น(มิโซะ) ถั่วเหลืองหมัก เครื่องดื่มจากถั่วเหลือง และผักดอง เช่น กะหล่ำปลีดอง แตงกวาดอง กิมจิ เป็นต้น โปรไบโอติกส์นั้นดีต่อลำไส้ของเราและยังทำให้ภูมิคุ้มกันแข็งแรงอีกด้วย โปรไบโอติกส์ที่ไม่ก่อให้เกิดผลเสียต่อร่างกายและปลอดภัยต่อการรับประทาน คือ

  • Lactobacillus เป็นจุลินทรีย์ที่คุ้นหูมากที่สุด ส่วนใหญ่จะเป็นส่วนประกอบในอาหาร
  • Bifidobacteria มีคุณสมบัติในการช่วยบรรเทาอาการจากโรคลำไส้แปรปรวนได้
  • Streptococcus Thermophilus มีคุณสมบัติในการย่อยน้ำตาลแลคโตสในนม
  • Saccharomyces Boulardii มีคุณสมบัติในการรักษาอาการท้องเสียได้โปรไบโอติกส์

ประโยชน์ของโปรไบโอติก

  1. ป้องกันโรคลำไส้อักเสบ เนื่องจากเชื้อโรคเมื่อเข้าไปถึงลำไส้เชื้อที่ทำให้ก่อโรคจะเข้าไปเกาะอยู่ที่ผนังลำไส้ทำให้ลำไส้เกิดการระคายเคืองและอักเสบในที่สุด แต่โปรไบโอติกจะเข้าไปยึดเกาะกับเนื้อเยื่อบริเวณผนังลำไส้เอาไว้ ทำให้ไม่มีช่องว่างหรือพื้นที่ว่างให้เชื้อโรคร้ายเข้ามาเกาะได้ ทำให้ไม่เกิดโรคลำไส้อักเสบ
  2. ช่วยให้ขับถ่ายได้ง่าย โปรไบโอติก ชนิดBifidobacterium จะเข้าไปกระตุ้นการทำงานของลำไส้ให้มีการบีบตัวมากขึ้น ทำให้เกิดอาการปวดท้องอุจจาระ และยังทำให้อุจจาระชุ่มชื้นส่งผลให้ขับถ่ายได้ง่าย ช่วยให้ระบบขับถ่ายทำงานอย่างเป็นปกติ
  3. ช่วยให้ภูมิต้านทานแข็งแรง โปรไบโอติกจะไปช่วยกระตุ้นให้เม็ดเลือดขาวทำงานได้ดีขึ้น และกระตุ้นให้ต่อมน้ำเหลืองที่อยู่ในผนังลำไส้สร้างสารที่ช่วยป้องกันเชื้อโรคที่จะเข้าสู่ลำไส้ ส่งผลให้ร่างกายมีภูมิคุ้มกันที่แข็งแรงขึ้น
  4. ป้องกันโรคทางเดินอาหารในทารก ในน้ำนมแม่มีโปรไบโอติก ชนิด Bifidobacterium ซึ่งจุลินทรีย์ชนิดนี้มีคุณสมบัติในการป้องกันการติดเชื้อในลำไส้ได้ดี ช่วยให้ลำไส้ของทารกแข็งแรง ลดความเสี่ยงในการเกิดโรคเกี่ยวกับระบบทางเดินอาหารในทารกได้ และช่วยป้องกันท้องเสียอย่างรุนแรงจากไวรัสโรต้าได้
  5. ป้องกันการติดเชื้อ โปรไบโอติกมีคุณสมบัติทำลายเชื้อแบคทีเรียหรือจุลินทรีย์ก่อโรค โดยจะทำงานโดยเข้าไปทำลายจุลินทรีย์ก่อโรคทำให้เซลล์เกิดการเสื่อมสภาพและตายไป จึงสามารถป้องกันการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจ และการติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะได้โปรไบโอติกส์
  6. ช่วยดูดซึมสารอาหาร โปรไบโอติกจะผลิตเอนไซม์ที่ช่วยในการย่อยอาหาร ช่วยย่อยไขมัน และโปรตีนให้มีขนาดเล็กลง ส่งผลให้สารอาหารสามารถดูดซึมเข้าสู่ร่างกายได้มากขึ้น
  7. ลดระดับคอเลสเตอรอล โปรไบโอติกชนิด Lactobacillus จะช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลในเลือดได้ โดยการยับยั้งการดูดซึมคอเลสเตอรอลที่ลำไส้ และขับคอเลสเตอรอลออกมาทางอุจจาระ ทำให้ร่างกายไม่ได้ดูดซึมคอเลสเตอรอลจึงทำให้ระดับคอเลสเตอรอลลดลงได้
  8. ลดอาการข้างเคียงจากยาปฏิชีวะนะ เมื่อเราทานยาปฏิชีวะนะเข้าไป ยาจะไปทำลายเชื้อจุลินทรีย์ในร่างกายทั้งหมดทั้งดีและไม่ดี ส่งผลให้เกิดอาการข้างเคียงขึ้นมา เช่น อาการท้องเสีย ซึ่งการทานโปรไบโอติกเข้าไปทดแทนจุลินทรีย์ที่ยาทำลายไปจะช่วยป้องกันการท้องเสียได้
  9. ป้องกันโรคในระบบทางเดินอาหาร โปรไบโอติกจะช่วยป้องกันโรคที่เกิดในระบบทางเดินอาหารได้ ได้แก่ โรคลำไส้แปรปรวน โรคลำไส้ใหญ่อักเสบเรื้อรัง โรคโครนห์ โรคอุจจาระร่วง และท้องผูก
  10. ลดความเสี่ยงในการเป็นมะเร็ง โปรไบโอติกช่วยป้องกันการอักเสบหรือติดเชื้อของเซลล์ภายในร่างกาย ทำให้เซลล์ และไม่เกิดการกลายพันธุ์เป็นเซลล์มะเร็ง โดยเฉพาะโรคมะเร็งในระบบทางเดินอาหาร
แบ่งปัน

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here