อันตราย! นอนกรน อาจหยุดหายใจขณะหลับได้

อาการนอนกรนสามารถพบได้ในทุกช่วงอายุตั้งแต่เด็กไปจนถึงผู้สูงอายุ จะมีโอกาสพบมากในคนอ้วนมากกว่าคนผอม และจะพบได้ในผู้ชายมากกว่าผู้หญิง อาการนอนกรนจะเกิดขึ้นในขณะที่เราหลับ เป็นการหลับที่ไม่ปกติเกิดจากทางเดินหายใจตอนบนตีบแคบลง ทำให้อากาศที่ผ่านเข้าไปในทางเดินหายใจเกิดการสั่นภายในอวัยวะทางเดินหายใจการสั่นนั้นทำให้เกิดเป็นเสียงกรน ส่งผลให้เกิดเสียงเวลาหายใจเข้า-ออก อาการนอนกรนเกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น อ่อนเพลียหรือเหนื่อยล้ามากๆเมื่อเวลานอนหลับสนิทจึงทำให้เสียงกรนดังขึ้น หรืออาจจะมาจากสาเหตุอื่นๆก็ได้ เช่น ผู้ที่มีขากรรไกรผิดปกติ ขนาดของต่อมทอนซิลหรือลิ้นที่ใหญ่ผิดปกติ อาการนอนกรนส่งผลทำให้ร่างกายขาดออกซิเจน และในบางรายอาจพบอาการภาวะหยุดหายใจขณะหลับร่วมด้วย

- พื้นที่โฆษณา -

อาการภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (Obstructive Sleep Apnes; OSA)

ภาวะหยุดหายใจขณะหลับส่วนใหญ่จะเกิดกับผู้ที่อ้วนมากๆ และผู้สูงอายุ เราจะรู้ได้อย่างไรว่าเราจะอยู่ในภาวะหยุดหายใจขณะหลับลองสังเกตคนที่นอนกรนพอเริ่มหลับสนิทเสียงกรนจะดังขึ้นเรื่อยๆสลับกับเบา เมื่อถึงภาวะหยุดหายใจขณะหลับจะสังเกตได้ว่าเสียงกรนจะหายไป เมื่อหยุดหายใจระดับออกซิเจนในเลือดจะลดลงเมื่อนั้นร่างกายจะเกิดกลไกตอบสนองเพื่อเอาชีวิตรอด การหลับจะถูกปลุกให้ตื่นโดยการไอ สำลักน้ำลาย หรือการสะดุ้งตื่น แล้วหลังจากนั้นก็จะกลับมากรนใหม่

การรักษาผู้ที่มีอาการภาวะหยุดหายใจขณะหลับ

ในกรณีที่ผู้ป่วยมีความรุนแรงของอาการน้อย จะใช้วิธีปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวันเช่น ลดน้ำหนัก งดดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หรือออกกำลังกาย ในกรณีที่ผู้ป่วยมีความรุนแรงของอาการมาก อาจจะใช้วิธีการผ่าตัดในการรักษาเพื่อเปิดทางเดินหายใจที่ตีบแคบให้กว้างขึ้น นอกจากนี้ยังมีเครื่องมือที่ใช้ในช่องปากอีกด้วย วิธีการรักษาต้องพิจารณาจากความรุนแรงของอาการผู้ป่วยด้วย

นอนกรน
รูปทางเดินหายใจแบบปกติกับผู้ที่มีภาวะหยุดหายใจขณะหลับ

อาการของผู้ที่มีภาวะหยุดหายใจขณะหลับ

  1. นอนกรนเป็นประจำทุกคืน กรนเสียงดังจนผู้อื่นรำคาญ หรือต้องแยกห้องนอน
  2. มีอาการสะดุ้งตื่น สำลักน้ำลาย หรือหายใจติดขัดเหมือนขาดอากาศหายใจ
  3. มีผู้อื่นเห็นว่าในขณะที่นอนหลับมีอาการหยุดหายใจเป็นช่วงๆ
  4. นอนหลับไม่เต็มอิ่ม ไม่สดใส ปวดศีรษะหลังตื่นนอนตอนเช้า ง่วงนอนในระหว่างวัน
  5. ปัสสาวะบ่อยในเวลากลางคืน
  6. ขี้ลืม ไม่มีสมาธิในการทำงาน
  7. อารมณ์เสียง่าย ขี้หงุดหงิด
  8. เป็นโรคความดันโลหิตสูง

หากตัวท่านหรือคนในครอบครัวมีอาการตรงกับข้อที่กล่าวมานั้นมากกว่า 3 ข้อขึ้นไปอาจมีความเสี่ยงที่จะมีภาวะหยุดหายใจขณะหลับ อย่านิ่งเฉยควรรีบไปพบแพทย์เพื่อที่จะได้ทำการวินิจฉัยความรุนแรงของอาการและจะได้ทำการรักษาได้อย่างเหมาะสมเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของท่านและคนในครอบครัว

แบ่งปัน

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here