ท้องผูก ปัญหาลำไส้มีวิธีแก้อย่างไรนะ?

ปกท้องผูก

ท้องผูกเป็นอาการที่พบได้บ่อยในผู้ที่ไม่รับประทานผักผลไม้และการดื่มน้ำน้อยจากการศึกษาประชาชนชาวไทยพบว่ามีผู้มีปัญหาท้องผูก มีปัญหาในการแบ่งอุจาระ และมีการขับถ่ายอุจจาระน้อยกว่า 3 ครั้งในต่อสัปดาห์ มีประมาณ 35% ช่วงเวลาที่ดีที่สุดการขับถ่ายคือช่วงเช้าโดยเฉพาะเวลา 05.00 – 07.00 น.เพราะช่วงนี้เป็นช่วงที่ลำไส้ใหญ่ทำงาน หากเลยเวลาไปจะทำให้น้ำถูกดูดกลับออกจากอุจจาระทำให้อุจจาระแข็ง และทำให้ขับถ่ายได้ยาก อาการท้องผูกอาจไม่ทำให้เป็นอันตรายถ้าไม่สะสมเป็นเวลานาน อาจเพียงแค่ทำให้อึดอัดท้อง ปวดท้อง และหากท้องผูกเป็นเวลานานอาจทำให้เป็นริดสีดวงได้

- พื้นที่โฆษณา -

อาการท้องผูก เป็นอาการที่มักเกิดขึ้นได้บ่อยเมื่อลำไส้มีการบีบตัวหรือเคลื่อนตัวช้าในระหว่างการย่อยอาหาร ทำให้ไม่สามารถกำจัดอุจจาระออกจากระบบทางเดินอาหารได้ จึงเกิดการตกค้างในลำไส้ใหญ่เป็นเวลานานจนมีการดูดน้ำในอุจจาระกลับ อุจจาระจึงมีลักษณะแห้ง แข็ง และมีขนาดใหญ่ขึ้น มีอาการถ่ายอุจจาระน้อยผิดปกติ ถ่ายด้วยความยากลำบากต้องใช้เวลานาน ถ่ายอุจจาระน้อยกว่า 3 ครั้งต่อสัปดาห์ ถ่ายอุจจาระไม่สุด ต้องใช้เวลาและแรงเบ่งมากกว่าปกติ ถ้ามีอาการท้องผูกติดต่อกันมากกว่า 3 เดือนจะกลายเป็นอาการท้องผูกเรื้อรัง

สาเหตุของอาการท้องผูก

  1. ฮอร์โมนทำงานผิดปกติ ซึ่งอาจทำให้ฮอร์โมนเสียสมดุลในการทำงาน สามารถนำไปสู่อาการท้องผูกได้ เช่น โรคลำไส้แปรปรวน โรคเบาหวาน และการตั้งครรภ์ เป็นต้น
  2. การใช้ยา การรับประทานยาบางชนิดอาจก่อให้เกิดผลข้างเคียงเป็นอาการท้องผูกขึ้นได้ เช่น ยารักษาอาการซึมเศร้า ยาระงับอาการทางจิต ยารักษาอาการชัก อาหารเสริมกลุ่มแคลเซียมและธาตุเหล็ก ยาขับปัสสาวะ เป็นต้น
  3. โรคเกี่ยวกับกล้ามเนื้อ เกิดจากการทำงานของลำไส้หรือกล้ามเนื้อที่ควบคุมการขับถ่ายผิดปกติ ได้แก่ การเบ่งไม่เป็นโดยมีการบีบตัวของกล้ามเนื้อหูรูดทวารหนักไม่ประสานกับการเบ่ง การเคลื่อนไหวของลำไส้ใหญ่น้อยกว่าปกติหรือมีการเคลื่อนไหวไม่ประสานกันทำให้อุจจาระเคลื่อนไหวภายในลำไส้ใหญ่ช้ากว่าปกติ
  4. การอุดตันภายในลำไส้ ทำให้อุจจาระเคลื่อนที่ออกจากลำไส้ได้ลำบากหรือติดค้างอยู่ภายในลำไส้ เช่น ลำไส้อุดตัน มะเร็งลำไส้ใหญ่ ลำไส้บิดพันกัน มะเร็งหรือเนื้องอกของลำไส้ใหญ่ และทวารหนัก เป็นต้น

พฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวันที่ส่งผลทำให้ท้องผูก

  • การอั้นอุจจาระ
  • รับประทานอาหารที่มีกากใยน้อย
  • ดื่มน้ำน้อย
  • น้ำหนักตัวมากหรือน้อยเกินไป
  • ไม่ออกกำลังกาย
  • มีความเครียด
  • ปัญหาทางด้านจิตใจ
  • มีภาวะขาดน้ำและเกลือแร่

วิธีการรักษาอาการท้องผูก

  1. ดื่มน้ำมากๆ อย่างน้อย 1 – 2 ลิตร หรือ 8 – 10 แก้วต่อวัน
  2. ออกกำลังกายเป็นประจำ
  3. ทานอาหารที่มีไฟเบอร์ เช่น ข้าวกล้อง ข้าวโอ๊ต ฟักทอง ลูกพรุน มะละกอ เป็นต้น
  4. อย่าอั้นอุจจาระ และไม่ควรเร่งรีบในการถ่าย
  5. งดดื่มน้ำชา กาแฟ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์
  6. ใช้ยาระบาย ไม่แนะนำให้ใช่บ่อยๆเนื่องจากจะทำให้ดื้อยาแล้วต้องใช้ยาที่แรงขึ้นไปเรื่อยๆ

อาการแทรกซ้อน

  1. ริดสีดวงทวาร
  2. รอยฉีกรอบรูทวาร จะมีอาการคัน ปวด และเลือดออกร่วมด้วย
  3. ภาวะอุจจาระอัดแน่น เนื่องจากอุจจาระแข็งและอัดอยู่ในลำไส้แน่นเกินไป
  4. ลำไส้ปลิ้น เป็นภาวะที่ส่วนของไส้ตรง ยื่นออกมาอยู่นอกรูทวาร

 

แบ่งปัน

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here