โรคเกลียดเสียง แค่ได้ยินเสียงนิดเดียวก็ทำให้อารมณ์เสียได้

โรคเกลียดเสียง

คุณเคยรู้สึกรำคาญ อารมณ์เสีย หงุดหงิดจนทนไม่ไหวกับเสียงดังต่อไปนี้ไหมคะ เสียงเคี้ยวอาหาร เสียงพูดคุยของคนอื่น เสียงเคี้ยวหมากฝรั่ง เสียงกลืนน้ำลาย เสียงไอหรือจาม เสียงกัดฟัน เสียงกดปากกา เสียงกดแป้นพิมพ์ หรือเสียงท่อไอเสียรถ เมื่อเสียงเกิดขึ้นซ้ำๆต่อเนื่องจะทำให้ทนไม่ได้ ถ้ามีอาการเหล่านี้แสดงว่าคุณมีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคเกลียดเสียง

- พื้นที่โฆษณา -

โรคเกลียดเสียงหรือโรคมีโซโฟเนีย (Misophonia) เป็นโรคทางจิตเวชชนิดหนึ่งที่สมองและระบบประสาทไวต่อเสียงบางอย่าง มีเสียงเป็นตัวเร้า ส่วนมากจะเป็นเสียงที่ออกมาจากปาก เช่น เสียงเคี้ยวอาหาร เสียงกัดฟัน เสียงหาว เสียงผิวปาก ทำให้ผู้ป่วยตอบสนองต่อเสียงด้วยอาการรำคาญ รู้สึกโกรธ เกลียด กลัว หงุดหงิด ทุกครั้งที่ได้ยินเสียง ส่งผลให้เกิดความเครียดอย่างรุนแรงทั้งทางร่างกายและอารมณ์ และในบางคนถูกกระตุ้นทางการมองเห็น กลิ่น หรือสัมผัสร่วมด้วย

สาเหตุของโรคเกลียดเสียง

เกิดจากสมองมีการทำงานที่ผิดปกติ สมองมีการผลิตอารมณ์ตอบสนองต่อสิ่งเร้ามากเกินไป การสั่งการของสมองส่วนที่แสดงความรู้สึกนึกคิดอย่างไวมากเกินไป ทำให้ผู้ป่วยมีอารมณ์รุนแรงเมื่อได้ยินเสียงบางเสียง ซึ่งส่วนมากผู้ป่วยมักจะแสดงอารมณ์โกรธและผู้ป่วยจะไม่สามารถควบคุมอารมณ์โกรธได้ ส่วนใหญ่ผู้ป่วยจะเริ่มมีอาการตั้งแต่อายุ 9-13 ปี และส่วนใหญ่มักจะเป็นผู้หญิง โดยจะเริ่มจากมีอาการน้อยๆ และจะเริ่มเป็นบ่อยขึ้นในเวลาต่อมา

โรคเกลียดเสียง

อาการของโรคเกลียดเสียง

  • อารมณ์เสีย หงุดหงิดรำคาญอย่างมาก
  • รู้สึกไม่สบายทั้งทางกายและจิตใจ
  • เกิดความเครียด
  • รู้สึกอยากหนีออกไป
  • รู้สึกรังเกียจ ขยะแขยง
  • หากมีอาการหนักจะมีอาการเหล่านี้ร่วมด้วย
  • รู้สึกโกรธ
  • รู้สึกกลัวมาก
  • รู้สึกเกลียดเสียงเหล่านี้มาก ๆ
  • เกิดอาการแพนิค ใจสั่น เหงื่อแตก หายใจไม่ออก
  • รู้สึกเหมือนจะตาย รู้สึกตกอยู่ในสถานการณ์ลำบาก
  • อยากทำลายหรือฆ่าคนที่ทำให้เกิดเสียงเพียงเพื่อจะหยุดเสียงอันน่ารำคาญนั้นไปซะ
  • มีความคิดอยากฆ่าตัวตาย ให้พ้นจากเสียงที่ได้ยิน

เสียงที่กระตุ้นให้เกิดอาการ

  • เสียงที่มาจากปาก เช่น เสียงเคี้ยวอาหาร เสียงกลืนอาหาร เสียงกลืนน้ำลาย เสียงกัดฟัน เสียงกัดอาหารกรอบๆ เสียงเรอ เสียงฟันกระทบช้อน เสียงดูดน้ำ เสียงดูดไอศกรีม เสียงจูบ เสียงกัดเล็บ เสียงกระดกลิ้น เสียงผิวปาก เป็นต้น
  • เสียงจากลำคอ เช่น เสียงคนกระซิบกันเบาๆ เสียงคนหลายๆคนพูดคุยเสียงดัง เสียงแหบๆ ใหญ่ ๆ เสียงคนร้องเพลงไม่เพราะ
  • เสียงเครื่องใช้อุปกรณ์ต่าง ๆ เช่น เสียงเอี๊ยดจากจาน เสียงช้อนส้อมกระทบกัน เสียงพิมพ์แป้นพิมพ์ เสียงจากแป้นสมาร์ทโฟน เสียงคลิกเมาส์ เสียงเขียนช็อกบนกระดานดำ เสียงโทรศัพท์ เป็นต้น
  • เสียงจากสิ่งแวดล้อม เช่น เสียงฝน เสียงน้ำไหล เสียงเปิดหนังสือ เสียงพลิกหนังสือพิมพ์ เป็นต้น
  • เสียงรถ เช่น เสียงท่อไอเสียดังๆ เสียงสัญญาณกันขโมย เสียงแตร เสียงปิดประตูรถ เป็นต้น
  • เสียงสัตว์ เช่น เสียงสุนัขเห่า เสียงแมวฝนเล็บ เสียงนก เสียงตุ๊กแก เสียงกบร้อง เป็นต้น
  • เสียงเด็กร้องไห้ เสียงเด็กตะโกน หรือเสียงผู้ใหญ่ที่ดัดเสียงเป็นเด็ก
  • เสียงจากการเคลื่อนไหวร่างกาย เช่น เสียงเคาะเท้า เสียงเดินลากเท้า เสียงดีดนิ้ว เสียงรองเท้าแตะ เสียงแคะเล็บ เสียงเคาะเล็บกับสิ่งของต่างๆ เป็นต้น
  • เสียงพลาสติก เช่น เสียงจากการบีบขวดน้ำพลาสติก เสียงกรอบแกรบจากถุงพลาสติก เป็นต้น
  • เสียงดังจากแอร์คอนดิชั่นเนอร์ เสียงเครื่องตัดหญ้า เสียงจากเครื่องดูดฝุ่น เป็นต้น
  • เสียงลมหายใจ เสียงสูดน้ำมูก เสียงไอ จาม
  • เสียงทุ้มของเบสในเสียงเพลง เสียงทุ่มบาสเกตบอล หรือเสียงกระแทกประตูหน้าต่าง
  • เสียงจากการเปิดภาชนะต่างๆ
  • เสียงดังจากโทรทัศน์หรือวิทยุ

โรคเกลียดเสียง

โรคเกลียดเสียงสามารถรักษาได้

  1. รักษาด้วยการบำบัดจิต

ใช้กับผู้ป่วยที่มีอาการไม่มาก สามารถรักษาโดยการพูดคุย ปรับทัศนคติ และการฝึกฟังอย่างค่อยเป็นค่อยไปได้ ซึ่งการรักษาจะมุ่งฝึกฝนให้ผู้ป่วยรับมือกับเสียงที่ได้ยิน และฝึกควบคุมอารมณ์ของตัวเองเมื่อได้ยินเสียงเร้า

  1. รักษาด้วยยา

ยาที่ใช้รักษาจะเป็นกลุ่มยาต้านเศร้า ซึ่งจะช่วยให้ผู้ป่วยควบคุมอารมณ์ได้ดีขึ้น ลดความเครียด ความวิตกกังวลเมื่อได้ยินเสียงที่ไม่พึงประสงค์

  1. ผู้ที่มีอาการไม่มาก

ผู้ที่มีอาการเข่าข่ายเป็นโรคเกลียดเสียง แต่มีอาการไม่มากนัก การออกกำลังกายสามารถช่วยลดความเครียดได้ หากได้ยินเสียงเร้าที่ทำให้เราเกิดอาการอาจใช้วิธีเลี่ยงมาอยู่ที่เงียบๆ เพื่อสงบสติอารมณ์ หรือหาเพลงฟังหรือเปิดหนังดูเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจเสียง

แบ่งปัน

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here