ภาวะมีบุตรยาก ปัญหาหนักใจของคู่สมรส

ปกมีลูกยาก

คู่แต่งงานคู่ไหนแต่งงานมาตั้งนานแล้วยังไม่มีลูกสักทีไหมคะ ส่วนใหญ่จะรู้ตัวว่าเสี่ยงเป็นภาวะมีบุตรยากก็แต่งงานและพยายามมีลูกมาหลายปีแล้วแต่ก็ยังไม่มีวี่แววว่าจะมีลูกซักที หรือบางคนที่เคยมีลูกมาแล้ว แต่อยากจะมีลูกเพิ่มอีก มีการพยายามอยู่หลายปีก็ยังไม่สำเร็จ ก็ถือว่าเป็นภาวะมีบุตรยากด้วยเช่นกัน ปัจจัยการมีบุตรยากอาจจะเกิดจากฝ่ายชาย ฝ่ายหญิง หรือเกิดได้จากทั้งสองฝ่ายก็ได้ค่ะ ทางที่ดีควรตรวจร่างกายก่อนแต่งงานเพื่อเตรียมตัวในการมีบุตรนะคะ

- พื้นที่โฆษณา -

ภาวะมีบุตรยาก คือ คู่สมรสที่ไม่สามารถปฏิสนธิหรือมีลูกได้ โดยไม่มีการใช้การคุมกำเนิดใดๆทั้งสิ้น และมีเพศสัมพันธุ์อย่างสม่ำเสมอก็ยังไม่มีการปฏิสนธิ สาเหตุการมีบุตรยากอาจเกิดจากฝ่ายชาย ประมาณ 25% หรือฝ่ายหญิง ประมาณ 40% หรือเกิดจากทั้งสองฝ่าย ประมาณ 20%  ภาวะการมีบุตรยากยังรวมไปถึงผู้หญิงที่มีอาการแท้งบุตรตามธรรมชาติ ผู้ชายที่มีภาวะเป็นหมันด้วยเช่นกัน ดังนั้นหากต้องการมีบุตรจึงควรปรึกษาแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุทั้งฝ่ายชายและฝ่ายหญิง

สาเหตุของการมีบุตรยาก

สาเหตุจากฝ่ายหญิง

  • หลอดมดลูกเสียหายจนไม่สามารถตั้งครรภ์ได้ตามปกติ
  • ภาวะเยื่อบุมดลูกเจริญผิดที่
  • ภาวะพังผืดในอุ้งเชิงกราน
  • มีความผิดปกติของมดลูก ปีกมดลูก และอวัยวะสืบพันธุ์
  • ดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ สูบบุหรี่จัด หรือติดสารเสพติด
  • มีน้ำหนักตัวเกินมาตรฐาน
  • ความเครียด
  • มีอายุมาก
  • ปัญหาสุขภาพ
  • ภาวะไข่ไม่ตก ท่อรังไข่อุดตัน
  • มีเนื้องอกในมดลูก

สาเหตุจากฝ่ายชาย

  • ตัวอสุจิน้อยกว่าปกติ
  • รูท่อปัสสาวะเปิดผิดที่
  • ภาวะหลั่งน้ำกามย้อนกลับ
  • ดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ สูบบุหรี่จัด หรือติดสารเสพติด
  • มีอายุมาก
  • มีปัญหาสุขภาพ
  • เชื้ออสุจิมีรูปร่างผิดปกติ
  • เชื้ออสุจิอ่อนแอ
  • ปัญหาอวัยวะเพศไม่แข็งตัว
  • มีเพศสัมพันธ์ลดน้อยลง
  • เป็นหมัน

สาเหตุจากทั้งสองฝ่าย

ควรไปพบแพทย์เพื่อปรึกษาหาสาเหตุของทั้งสองฝ่าย โดยแพทย์จะทำการตรวจหาสาเหตุ หากเป็นฝ่ายชายส่วนมากก็จะซักประวัติส่วนตัวและตรวจเชื้ออสุจิ เพราะฉะนั้นจึงควรงดการหลั่งอสุจิประมาณ 2-7 วันก่อนมาพบแพทย์ ส่วนการหาสาเหตุในฝ่ายหญิงก็มักจะซักประวัติส่วนตัวและทำการตรวจภายใน ตรวจระดับฮอร์โมนเพศ

 


มีลูกยาก

วิธีรักษาภาวะมีบุตรยาก

  1. การรักษาเบื้องต้นเมื่อพบแพทย์ ในเบื้องต้นแพทย์จะทำการรักษาไปตามสาเหตุที่ตรวจพบ เช่น การผ่าตัดแก้ไขความผิดปกติปกติของท่อนำไข่ การผ่าตัดแก้หมันที่เคยทำไว้ การผ่าตัดรักษาโรคถุงน้ำรังไข่ (PCOS) หรือโรคเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่
  2. ใช้เทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ เช่น
  • การผสมเทียม คือ การนำเชื้ออสุจิที่ได้จากการเตรียมและการคัดเชื้อที่แข็งแรง มาฉีดเข้าไปภายในโพรงมดลูกของผู้หญิงในช่วงที่มีการตกไข่ เหมาะกับผู้หญิงที่ไม่มีปัญหาท่อนำไข่ตัน และผู้หญิงที่มีอายุไม่มากนัก
  • การทำกิ๊ฟท์ แพทย์จะทำการกระตุ้นไข่เมื่อถึงวันไข่ตก แพทย์จะทำการเก็บอสุจินำมาผสมกับไข่ แล้วใส่เข้าในหลอดเล็ก ๆ แล้วใส่กลับเข้าไปในท่อนำไข่ของฝ่ายหญิง เพื่อช่วยเพิ่มโอกาสในการปฏิสนธิที่บริเวณท่อนำไข่ ไข่ที่ผสมแล้วจะเจริญเติบโตเป็นตัวอ่อนและเดินทางเข้าไปฝังตัวในโพรงมดลูก
  • การทำซิฟท์ คล้ายๆกับการทำกิ๊ฟท์ แต่จะต่างกันตรงที่เมื่อนำอสุจิมาผสมกับไข่แล้ว จะนำไปเพาะเลี้ยงในห้องปฏิบัติการจนเกิดการปฏิสนธิตัวอ่อนในระยะที่เรียกว่า Zygote ก่อน แล้วจึงค่อยใส่กลับเข้าไปในบริเวณท่อนำไข่แต่ไม่นิยมนัก เพราะต้องเจาะผนังหน้าท้องเพื่อนำไข่และอสุจิใส่เข้าไปในท่อนำไข่
  • การทำเด็กหลอดแก้ว คือ การเก็บไข่ผ่านทางช่องคลอดและนำมาผสมกับอสุจิในจานทดลองเพื่อให้เกิดการปฏิสนธิภายนอกร่างกายในห้องปฏิบัติการจนมีการเจริญเติบโตเป็นตัวอ่อน แล้วจึงทำการย้ายตัวอ่อนเข้าไปในโพรงมดลูกของฝ่ายหญิง เป็นวิธีที่นิยมใช้กันมากในปัจจุบัน
  • การทำอิ๊กซี่ จะใช้ในกรณีที่ฝ่ายชายมีอสุจิคุณภาพไม่ดีและไม่สามารถปฏิสนธิกับไข่ได้ และในกรณีที่ฝ่ายชายมีเชื้ออสุจิต่ำมากหรือไม่มีเชื้ออสุจิอยู่ในน้ำเชื้อเลย

วิธีการมีลูก

  1. แนะนำให้มีเพศสัมพันธ์วันเว้นวันหรือ 2 วันครั้ง จะช่วยเพิ่มโอกาสในการตั้งครรภ์ได้มากกว่า เพราะอสุจิที่ปล่อยออกมาจะมีความสมบูรณ์แข็งแรง
  2. ท่วงท่าในการร่วมเพศ ท่าที่ผู้หญิงนอนหงายอยู่ด้านล่าง ส่วนฝ่ายชายอยู่ด้านบน เป็นท่าที่สามารถมีลูกได้ง่ายที่สุด หลังมีเพศสัมพันธ์แนะนำให้ฝ่ายหญิงนอนหงายโดยเอาหมอนหนุนสะโพกให้ยกสูงขึ้นด้วย ค้างเอาไวอย่างน้อยประมาณ 10-15 นาที เพื่อช่วยให้อสุจิวิ่งไปผสมกับไข่ได้ง่าย
  3. การถึงจุดสุดยอดของฝ่ายหญิง จะช่วยเพิ่มโอกาสในการตั้งครรภ์ให้มากขึ้น เพราะเมื่อฝ่ายหญิงถึงจุดสุดยอด จะมีการหลั่งน้ำเมือกที่ช่วยนำอสุจิให้ไปถึงไข่ได้ง่ายขึ้น
  4. ควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ เพราะคนที่มรน้ำหนักตัวมากจะทำให้การตกไข่และระดับฮอร์โมนเพศจะไม่สม่ำเสมอ
  5. ลดความเครียด เพราความเครียดส่งผลให้ประจำเดือนมาไม่ปกติ เกิดภาวะไม่ตกไข่ได้ ส่วนในฝ่ายชายถ้าเครียดจะทำให้จำนวนอสุจิลดต่ำลง และมีการเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ
  6. งดสูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์ และงดใช้สารเสพติด
  7. ระวังอย่าให้บริเวณอัณฑะร้อน เช่น การอาบน้ำอุ่นหรือแช่น้ำร้อนเป็นเวลานาน ๆ การนั่งมอเตอร์ไซค์ที่ตากแดดนาน ๆ การใส่กางเกงในรัดแน่น การใส่โทรศัพท์มือถือไว้ในกระเป๋ากางเกง เพราะอสุจิจะสร้างได้น้อยลงเมื่ออยู่ในภาวะที่ร้อนอบอ้าว
  8. หลีกเลี่ยงการใช้เจลหล่อลื่นในขณะร่วมเพศ
  9. การออกกำลังกายเป็นประจำ
  10. รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ ระวังอย่าให้ขาดสารอาหาร

แบ่งปัน

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here