สิ่งที่ควรและไม่ควรปฏิบัติในระหว่างตั้งครรภ์

ปกท้อง

คุณแม่มือใหม่ถ้าไม่รู้จะเริ่มต้นยังไงในการดูแลตนเองและลูกน้อยในช่วงตั้งครรภ์ มาทางนี้เลยจ้า คุณแม่มือใหม่อาจจะยังขาดความเข้าใจและรู้เท่าไม่ถึงการณ์เกี่ยวกับการดูแลครรภ์ และข้อห้ามต่างๆที่ห้ามทำเพราะอาจจะส่งผลต่อลูกน้อย Pingfai ได้รวบรวมข้อมูลในการดูแลครรภ์มาให้คุณแม่มือใหม่ได้ศึกษาทำความเข้าใจกันค่ะ ในระหว่างตั้งครรภ์เป็นช่วงที่ฮอร์โมนในร่างกายเกิดการเปลี่ยนแปลง ส่งผลทำให้เกิดอาการแพ้ท้อง ในระหว่างการตั้งครรภ์ถ้าคุณแม่ดูแลตัวเองดีก็จะส่งผลดีไปถึงลูกน้อยที่อยู่ในท้องด้วยนะคะ เรามาดูกันดีกว่าว่าสิ่งที่ควรทำและไม่ควรทำในระหว่างตั้งครรภ์มีอะไรบ้าง

- พื้นที่โฆษณา -

ทำ

สิ่งที่ควรทำเมื่อรู้ว่าตั้งครรภ์

  1. ฝากท้อง เมื่อคุณแม่รู้ว่าตนเองตั้งครรภ์ควรที่จะไปพบแพทย์เพื่อฝากครรภ์โดยเร็ว เพื่อตรวจร่างกายและโรคแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นในระหว่างตั้งครรภ์ ตรวจตัวอ่อนว่ามีการฝังตัวอยู่ในที่ๆเหมาะสมหรือไม่ และเพื่อรับฟังคำแนะนำของแพทย์ในการดูแลตนเองและลูกน้อย
  2. กินวิตามิน หลังจากที่ฝากท้องแล้วแพทย์จะให้วิตามินมาทาน เช่น โฟลิก อย่าลืมทานวิตามินตามที่แพทย์สั่งนะคะโฟลิกเป็นวิตามินที่ช่วยในการสร้างเซลล์ของทารก ถ้าหากคุณแม่และทารกขาดโฟลิกจะอาจส่งผลทำให้ทารกพิการได้ค่ะ
  3. ศึกษาหาข้อมูล คุณแม่ควรศึกษาหาข้อมูลเกี่ยวกับการตั้งครรภ์และพัฒนาการต่างๆของลูกน้อยบ้างนะคะ นอกจากจะทำให้รู้พัฒนาการของลูกในครรภ์แล้วยังช่วยให้คุณแม่เกิดความสบายใจ และมีความสุขเมื่อรู้ว่าลูกน้อยในท้องมีพัฒนาการอะไรบ้างด้วยนะคะ
  4. ถ่ายภาพหรือจดบันทึกเรื่องราว คุณแม่อาจจะจดบันทึกเรื่องราวการดูแลครรภ์หรือจดบันทึกพัฒนาการของลูกน้อยในครรภ์เพื่อบันทึกพัฒนาการของลูกน้อย หรือคุณแม่บางท่านอาจจะใช้วิธีถ่ายรูปครรภ์เพื่อดูพัฒนาการของครรภ์แล้วยังสามารถเก็บรูปไว้ให้ลูกดูตอนโตได้อีกด้วยนะคะ
  5. ลิสต์ของที่จำเป็นต้องใช้ คุณแม่มือใหม่ถ้ายังไม่รู้ว่าของใช้ที่จำเป็นสำหรับเด็กแรกเกิดต้องใช้อะไรบ้างควรปรึกษากับผู้ที่มีประสบการณ์นะคะ และอย่าเพิ่งรีบซื้อของนะคะรอให้รู้เพศของเด็กหรือใกล้คลอดก่อนก็ได้ เผื่อมีเพื่อนๆ ญาติๆซื้อของมารับขวัญหลานจะได้ประหยัดเงินด้วยค่ะ
  6. ออกกำลังกาย คนท้องก็สามารถออกกำลังกายได้ค่ะ แต่ต้องไม่หนักและหักโหมมากจนเกินไป เช่น เล่นโยคะ ว่ายน้ำ หรือทำงานบ้านเบาๆ การออกกำลังกายทำให้คุณแม่และลูกในท้องมีสุขภาพแข็งแรง และยังทำให้คลอดง่ายด้วยนะคะ แต่ต้องอยู่ในความดูแลของแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญด้วยค่ะ
  7. พูดคุยกับลูกในท้อง การพูดคุยกับลูกในท้องเป็นการกระตุ้นพัฒนาการของลูกน้อย ส่งผลให้ลูกมีพัฒนาการที่ดี คุณแม่อาจจะใช้วิธีพูดคุย เปิดเพลงบรรเลง หรือเล่านิทานให้ลูกในท้องฟังก็ได้ค่ะ
  8. รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ การรับประทานอาหารก็สำคัญมากนะคะ ควรรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ครบ 5 หมู่ ควรหลีกเลี่ยงการทานของสุกๆดิบๆ ของหมักดอง อาหารรสเผ็ด และรสจัดนะคะ นอกจากจะไม่มีประโยชน์ต่อทารกแล้วอาจจะส่งผลกระทบต่อทารกได้นะคะ
  9. มีความสุข ไม่เครียด คุณแม่ตั้งครรภ์เป็นช่วงมีฮอร์โมนเปลี่ยนแปลง ทำให้เกิดความขี้น้อยใจ วิตกกังวล ซึมเศร้า ฉะนั้นคุณแม่ควรทำจิตใจให้ผ่องใส เบิกบาน มีความสุข อะไรที่ทำให้เครียดไม่สบายใจต้องตั้งสติแล้วปล่อยมันไปนะคะ
  10. ไม่ซื้อยามากินเอง การกินยาสำคัญมาก ก่อนจะทานยาอะไรต้องศึกษาหรือปรึกษาเภสัชกรให้ดี เพราะยาบางตัวอาจส่งผลถึงลูกในท้องได้ ทางที่ดีถ้าไม่สบายหรือมีโรคประจำตัวควรไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลจะดีกว่าเพื่อความปลอดภัยของลูกในครรภ์

สิ่งที่ไม่ควรปฏิบัติเมื่อรู้ว่าตั้งครรภ์

  1. ห้ามผิดนัดหมอ คุณแม่ตั้งครรภ์มีการเปลี่ยนแปลงของร่างกายตลอดเวลา การตรวจครรภ์จึงเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่ง หากพบความผิดปกติของทารกจะได้รักษาและแก้ปัญหาได้ทัน
  2. ห้ามอดอาหาร หรือลดน้ำหนัก คุณแม่ตั้งครรภ์ควรได้รับสารอาหารให้ครบ 5 หมู่ ผู้ที่ลดน้ำหนักหรืออดอาหารในระหว่างตั้งครรภ์มีผลทำให้คลอดก่อนกำหนดสูงและทารกอาจพิการได้
  3. ห้ามยกของหนัก การยกของหนักแรงดันจะไปอยู่ที่มดลูกอาจส่งผลให้เกิดการแท้งได้
  4. ห้ามดื่มนมในปริมาณมาก ปริมาณที่เหมาะสมต่อวันควรดื่มนมไม่เกิน 2 แก้ว ผลจากการวิจับพบว่าคุณแม่ตั้งครรภ์ที่ดื่มนมในปริมาณที่มากเกินความจำเป็น ส่งผลให้ทารกที่เกิดมามีความเสี่ยงที่จะเกิดการแพ้ได้ง่าย เช่น แพ้นมวัว
  5. ห้ามสูบบุหรี่ การสูบบุหรี่หรือสูดดมควันบุหรี่ มีความเสี่ยงที่จะแท้งและคลอดก่อนกำหนดได้ค่ะ
  6. ห้ามดื่มเครื่องดื่มคาเฟอีน และ แอลกอฮอล์ คาเฟอีนมีผลทำให้คุณแม่เกิดความเครียด และวิตกกังวลได้

แบ่งปัน

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here